บางวันจิตปีติสุขมาก บางวันรู้สึกทุกขเวทนาทางร่างกายมาก บางคืนสะดุ้งตื่นเห็นร่างกายกำลังจะตาย จิตกลัว แต่ก็ใช้มรณานุสติภาวนาจนหายไป

คำถาม:

ปฏิบัติในรูปแบบโดยการสวดมนต์ ทำสมาธิ เดินจงกรมวันละ 3 ชั่วโมง ระหว่างวันเจริญสติอย่างสม่ำเสมอ บางวันจิตปีติสุขมาก บางวันรู้สึกทุกขเวทนาทางร่างกายมาก กิเลสน้อยลงอย่างชัดเจน มองโลกเป็นธรรมดามากขึ้น บางคืนสะดุ้งตื่นเห็นร่างกายกำลังจะตาย จิตกลัว แต่ก็ใช้มรณานุสติภาวนาจนหายไป ขอหลวงปู่ชี้แนะการปฏิบัติเพื่อเจริญปัญญาต่อไปครับ

หลวงปู่:

จิตที่ดีสำหรับการเจริญปัญญาคือจิตธรรมดา คือจิตปกติ ไม่ถูกราคะ โทสะ โมหะชักนำไป อยากดีก็ถูกราคะถูกโลภะนำไปแล้ว รู้ด้วยจิตที่ปกติจริงๆ อยู่ตรงนี้แล้วก็เห็นสภาวะทั้งหลายเกิดแล้วดับๆ อันนี้มันเป็นการเจริญปัญญาในสมาธิ ใช้ได้ ไม่ผิดหรอก แต่เวลารู้แล้วพอจิตมันถลำลงไปรู้ ให้รู้ทัน รู้แล้วไปประคองจิตเอาไว้ ให้รู้ทัน เราต้องรู้ด้วยจิตที่ปกติ

เห็นไหมจิตมันก็มีความสุขผุดขึ้นมา อย่าไปแต่งจิต ความสุขเกิดก็เกิดเอง เราก็แค่รู้แค่เห็น อย่าจริงจังมาก คลายออกนิดหนึ่ง อย่าแกล้งทำจิตให้สบาย ไม่ต้องแต่งจิตให้สบายใจ ใช้จิตปกติ แล้วเวลาเราจะเข้าฌาน เราก็เข้าด้วยจิตปกตินี้ล่ะแล้วมันถึงจะเข้าได้จริง ตรงนี้โมหะเริ่มแทรกแล้ว เราไม่ห้าม เรานั่งสมาธิไป พอโมหะจะแทรกเราก็รู้ แค่นั้นล่ะ สภาวะอะไรเกิดก็แค่รู้แค่เห็นไปเรื่อยๆ รู้ด้วยจิตปกติ แต่ปกติของแต่ละคนไม่เหมือนกัน ของคนนี้ปกติเขาอยู่ในสมาธิ ของเราอยู่ในกาม อยู่ข้างนอก อยู่อย่างปกติ

หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช
วัดสวนสันติธรรม 24 พฤษภาคม 2569