หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช

มีสติ รู้กาย รู้ใจ ตามความเป็นจริง ด้วยจิตที่ตั้งมั่นและเป็นกลาง

หลักของการปฏิบัติที่จะให้เกิดสติปัญญาแท้ๆ เกิดมรรคเกิดผลได้ มีไม่มากหรอก จำหลักสั้นๆ ไว้นิดเดียว
ให้เรามีสติ รู้กาย รู้ใจ ตามความเป็นจริง ด้วยจิตที่ตั้งมั่นและเป็นกลาง
หลวงพ่อไปรวบรวมหลักของการทำวิปัสสนากรรมฐาน ย่อลงมาเหลือเท่านี้เอง
ถ้าพูดให้ถูกๆ ก็มีสติรู้รูป รู้นาม ตามความเป็นจริง ด้วยจิตที่ตั้งมั่นและเป็นกลาง
รูปธรรม นามธรรมนั่นเอง
เรียนรู้รูปธรรมนามธรรมที่ประกอบกันเป็นตัวเรา

ส่วนหนึ่งของพระธรรมเทศนา หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วันที่ ๑๐ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๓
จากซีดีแสดงธรรม ณ วัดสวนสันติธรรม แผ่นที่ ๓๗ ไฟล์ 531010A

ทางใครทางมัน

ทางใครทางมัน

เราเจริญปัญญา สติระลึกรู้กายบ่อยๆ ก็ใช้กายานุปัสสนาเป็นหลัก สติชอบระลึกรู้เวทนาเป็นหลัก เราก็ใช้เวทนานุปัสสนาเป็นหลัก สติชอบระลึกรู้จิตที่เป็นกุศล อกุศล เราก็ใช้จิตตานุปัสสนาเป็นหลัก เฝ้ารู้เฝ้าดูไป ทางใครทางมัน ไม่มีทางไหนวิเศษกว่าทางไหนทั้งสิ้นหรอก ... อ่านต่อ
ภาวนาตั้งแต่ตื่นจนหลับ

ภาวนาตั้งแต่ตื่นจนหลับ

วันๆ หนึ่งเอาเวลาไปทิ้งเยอะแยะเลย แล้วบอกภาวนามาหลายปีแล้วไม่ได้ผล จริงๆ ภาวนาน้อยมากเลย ถ้าเราแทรกการปฏิบัติเข้าไปในการดำรงชีวิตได้ การภาวนาของเราเยอะแยะเลยวันๆ หนึ่ง คำว่าไม่มีเวลาภาวนาจะไม่มีหรอก หลวงปู่ดูลย์ท่านเคยบอก “ถ้ามีเวลาหายใจ ก็มีเวลาปฏิบ ... อ่านต่อ
ความสุขในโลกไม่ยั่งยืน

ความสุขในโลกไม่ยั่งยืน

ความสุขในโลกธรรมดาอย่างที่พวกเรารู้จัก ความสุขจากการดูรูป จากการฟังเสียง จากการดมกลิ่น จากการลิ้มรส จากการสัมผัสทางกาย ความสุขอย่างนี้เร่าร้อนไม่ยั่งยืน ได้มายากเสียไปง่าย รักษาไว้ยาก ความสุขที่สูงขึ้นไป ความสุขในสมาธิได้มาก็ยาก ฝึกกันแรมปีเลยกว่าจะเ ... อ่านต่อ
เวลาภาวนาอย่าใจร้อน

เวลาภาวนาอย่าใจร้อน

ภาวนา ค่อยๆ เข้าใจไป ทำให้ถูก ไม่ใช่ทำแบบลุกลี้ลุกลน ภาวนาลุกลี้ลุกลนอยากจะได้ผลเร็วๆ มันจะไม่ได้อะไร ความอยากมันทำให้จิตปรุงแต่ง จิตก็ดิ้นรน ความปรุงแต่งของจิตคือภพ มรรค ผล นิพพานมันพ้นจากภพไป เราก็เอาแต่ปรุงแต่ง อยากดีๆ อยากดีจิตก็เลยสร้างภพของคนดี ... อ่านต่อ
เมตตาเป็นธรรมสำคัญมาก

เมตตาเป็นธรรมสำคัญมาก

เวลามีความเมตตาเกิดขึ้น คนแรกที่ได้รับประโยชน์คือตัวเราเอง ใจที่มีเมตตามันนุ่มนวล อ่อนโยน มันเบาสบาย มันเป็นกุศล ใครเข้าใกล้เราก็พลอยร่มเย็นไปด้วย ถ้าใจเราคิดแต่ประหัตประหาร เบียดเบียน แย่งชิงทุกสิ่งทุกอย่างจากคนอื่น ใครเขาเข้าใกล้เราเขาหวาดผวา หาควา ... อ่านต่อ
แก้มิจฉาทิฏฐิด้วยวิปัสสนา

แก้มิจฉาทิฏฐิด้วยวิปัสสนา

ตัวที่จะช่วยแก้มิจฉาทิฏฐิเราได้มีตัวเดียวเอง คือการเจริญวิปัสสนากรรมฐาน เราจะเห็นรูปธรรมเกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป รูปก็มีเหตุสัมพันธ์สืบเนื่องกันไป อย่างร่างกายเราอาศัยธาตุมาประชุมกัน มีธาตุไหลเข้า มีธาตุไหลออก ร่างกายเราก็ค่อยๆ ปรับค่อยๆ เปลี่ยนไป จาก ... อ่านต่อ
เข้าใจธรรมดาของโลก

เข้าใจธรรมดาของโลก

ภาวนาทุกวันๆ จนกระทั่งเข้าใจคำว่า ธรรมดา จนเห็นกายเห็นใจมันเป็นธรรมดาอย่างนี้ ถ้าเราเห็นกาย เห็นใจมันมีธรรมดา ไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตาแล้ว ไม่ว่าสถานการณ์อะไรเกิดขึ้น ใจมันไม่ทุกข์หรอก ฉะนั้นที่เราฝึกกันแทบเป็นแทบตาย ไม่ได้ฝึกเพื่อเอาดี เอาสุข ... อ่านต่อ
ฝึกจิตให้คุ้นชินกับการภาวนา

ฝึกจิตให้คุ้นชินกับการภาวนา

ฝึกภาวนาให้มันชำนาญ ให้มันชินกับการปฏิบัติไว้ คนที่เขาภาวนาดีๆ ภาวนาง่ายๆ อะไรอย่างนี้ ก่อนที่เขาจะมาถึงจุดที่ภาวนาง่ายๆ ภาวนาได้ดี เขาก็ล้มลุกคลุกคลานมาแล้วทั้งนั้น นับภพนับชาติไม่ถ้วน อาศัยการสะสม คุ้นชินที่จะรักษาศีล ที่จะฝึกจิตฝึกใจให้สงบ ให้ตั้ง ... อ่านต่อ
เข้าใจจิตก็เข้าใจโลก

เข้าใจจิตก็เข้าใจโลก

เข้าใจจิตใจตัวเองก็จะเข้าใจชีวิตของตัวเอง เข้าใจสิ่งที่แวดล้อมชีวิตของเราอยู่ ครอบครัวเราอย่างนี้แวดล้อมเราอยู่ ที่ทำงานเรา เพื่อนร่วมงานเราแวดล้อมเราอยู่อีกชั้นหนึ่ง สังคมข้างนอกก็แวดล้อมเราอยู่อีกชั้นหนึ่ง สังคมระหว่างประเทศก็แวดล้อมเราอยู่อีกชั้นห ... อ่านต่อ

 

การปฏิบัติธรรมมี ๓ อัน อันแรก เราต้องรักษาศีล ๕ ข้อไว้ อันที่สอง คือการทำในรูปแบบ อันที่สาม คือการทำในชีวิตประจำวัน ต้องทำ

ครูบาอาจารย์ท่านสอน หัวใจของการปฏิบัติ คือ การปฏิบัติในชีวิตประจำวัน เพราะว่าชีวิตส่วนใหญ่ของเราอยู่ธรรมดานี่เอง เราไม่ได้นั่งเข้าฌานอยู่ที่ไหนเมื่อไร วันๆ หนึ่งจะทำสมาธิ เดินจงกรมได้สักเท่าไร โดยเฉพาะฆราวาส ทำได้ไม่มาก ชีวิตส่วนใหญ่เราอยู่กับโลกธรรมดานี่เอง

ถ้าเราสามารถหลอมรวมการปฏิบัติเข้าในชีวิตธรรมดาของเรานี้ได้ เราก็จะไปได้เร็วมาก ไม่แพ้พระ ในขั้นต้นๆ โสดาฯ สกาทาคาฯ ฆราวาสไม่แพ้พระหรอกในเรื่องของความเร็ว ถ้ารู้หลักของการปฏิบัติ แล้วตั้งใจปฏิบัติจริงๆ อาจจะเร็วกว่าพระด้วยซ้ำไป”

พระธรรมเทศนาหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช แผ่นที่ ๗๘ วันที่ ๗ ตุลาคม ๒๕๖๑ (ไฟล์ 611007A)

 

ธรรมะหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ช่วงส่งการบ้าน

 

ปฏิบัติบูชา

การภาวนาไม่ต้องกลัวหรอก ทำไปเถอะ ปฏิบัติให้สม่ำเสมอทุกวันๆ แล้วก็สังเกตใจของเราไป ที่เราปฏิบัติอยู่นี่ เราทำด้วยความโลภไหม ถ้าโลภเราก็อยากได้ผลเยอะๆ อยากได้ผลเร็วๆ อยากทีไรก็ทุกข์ทุกที ฉะนั้นเราก็ปรับใจใหม่ เราไม่ได้ปฏิบัติเพื่อเอาอะไร แต่ปฏิบัติเป็นพุทธบูชาไปเท่านั้นเอง เหมือนเราจัดดอกไม้บูชาพระไม่ได้หวังว่าจะต้องได้อะไร ฉะนั้นปฏิบัติไม่คาดหวังว่าจะได้อะไร ทำให้สม่ำเสมอทุกวันๆ ... อ่านต่อ

บางทีเห็นสิ่งที่ถูกรู้ไม่ใช่เรา จิตยังไม่เป็นกลาง

ในขั้นของการปฏิบัติ ในขั้นที่เรายังเจริญปัญญาอยู่ เราจำเป็นต้องมีผู้รู้เพื่อตัดชีวิตเราให้ขาดเป็นช่วงๆ ไม่ใช่เป็นผู้หลงอันเดียว ตั้งแต่เกิดจนตาย แต่มันจะเกิดดับๆๆ ตัวรู้ทำให้จิตมันขาดช่วงจากจิตหลง มีจิตรู้ปุ๊บ จิตหลงดับอะไรอย่างนี้ หรือมีจิตรู้ขึ้นมา จิตโกรธก็ดับ จะเห็นจิตขาดช่วงไปเรื่อยๆ สุดท้ายมันก็จะเห็นว่าจิตทั้งหมด กระทั่งตัวจิตผู้รู้ก็ไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา ต้องเห็นมาถึงตรงนี้ ถึงจะผ่านไปวางจิตได้ ... อ่านต่อ

จิตเฉยกับโลกมากขึ้น รู้ทันสภาวะอารมณ์มากขึ้น แต่ยังต่อสู้กับกิเลสแรงๆ ไม่ได้

เฉยมีหลายเฉยนะ เฉยเพราะปัญญาก็มี เฉยเพราะติดนิ่งก็มี ให้จิตทำงานเห็นไตรลักษณ์ของรูปของนาม แล้วจิตมันเป็นกลาง มันนิ่ง มันเฉย ด้วยความเป็นกลาง ด้วยสติ ด้วยปัญญา อันนี้ใช้ได้ แต่ไม่ใช่ภาวนาแล้วเราไปแต่งจิตให้มันนิ่งๆ ซึมๆ ไป อย่างนั้นไม่ดี ภาวนาแล้วไม่ปรุงแต่งจิต แต่ภาวนาแล้วรู้ทันจิตถึงจะใช้ได้ ไปแต่งจิตให้ซึมแล้วคิดว่าดี ที่แท้เราไปปรุงแต่งจิต เราไม่ได้รู้ทันความปรุงแต่งของจิต เราไปปรุงแต่งจิตเสียเอง 2 อันนี้ไม่เหมือนกันต้องระวัง ฉะนั้นจิตที่ดี คือจิตที่เราไม่ได้ปรุงแต่งมัน แล้วเรารู้จิตนั้นอย่างที่มันเป็นไป การที่เรามีวิหารธรรม จิตสงบของจิตเอง ไม่ใช่เราจงใจแต่งให้สงบ ... อ่านต่อ

รู้สึกร่างกายจิตใจอารมณ์ที่เกิดขึ้นเป็นคนละส่วนกัน รู้สึกจิตที่ไหลไปคิดทำให้เกิดทุกข์

เวลาเราทำสมาธิแล้วเราดูจิตใจ เราไปแต่งจิตให้มันนิ่งๆ จะซึมๆ เห็นอะไรไหวๆ เรานึกว่าเดินปัญญา ที่จริงจิตไม่มีกำลังพอ เพราะฉะนั้นเวลานั่ง นั่งรู้สึก ไม่นั่งแล้วแต่งจิตให้เคลิ้ม ไม่ต้องไปแต่งให้มันเบลอๆ ลงไป ตรงนั้นไม่ดี ตรงนั้นจะทำให้โมหะของเราเยอะขึ้น แล้วเรานึกว่าเราเดินปัญญาอยู่ เห็นโน้นเห็นนี้วอบแวบๆ จิตไม่มีแรงที่จะละกิเลสหรอก ฉะนั้นเรื่องสมาธิเป็นเรื่องใหญ่ เราเรียนรู้เท่าทันจิตใจของเรา สมาธิที่ถูกมันจะเกิด ใช้จิตปกติไปรู้อารมณ์ ใช้จิตที่ปกติที่สุดเลย เราจะไม่ปล่อยจิตให้มันไหลลงไปอย่างนั้น เดี๋ยวมันเคยตัว เคยตัวแล้วต้องนั่งแก้ ... อ่านต่อ

เอามีดทื่อไปฟันต้นไม้

ที่ดูจิตเดี๋ยวก็รู้ เดี๋ยวก็หลง ปัญญามันจะเกิด ถ้าเราไม่มีสมาธิพอ เราเจริญปัญญาไป ครูบาอาจารย์ท่านเปรียบเทียบ เหมือนเรามีมีดทื่อๆ อยู่เล่มหนึ่ง เราเอาไปผ่าฟืน ไปตัดต้นไม้ แป๊กๆๆ ไม่เข้าหรอก เราก็ต้องหยุดลับมีดก่อน การลับมีดก็คือการทำสมาธิ พอจิตเรามีสมาธิ มันเหมือนเรามีมีดคมๆ ฟันฉับเดียวขาดเลย ฉะนั้นถ้าเราเดินปัญญารวดไปเลย เหมือนเอามีดทื่อไปฟันต้นไม้ ไม่มีประโยชน์อะไร เหนื่อยเปล่า เดินปัญญาก็ต้องรู้จักพักบ้าง เดินปัญญาอย่างเดียวมันจะฟุ้งซ่าน ... อ่านต่อ

เห็นจิตแน่นได้เอง หายเเน่นเอง ไม่ชอบเวลาแน่น เห็นว่าชอบเวลาไม่แน่น

ที่หนูทำนั้นเป็นการเจริญปัญญา ทำได้ดี การเจริญปัญญาถ้าทำรวดไปเลย จิตไม่ได้พัก ถึงจุดหนึ่งจิตจะไม่มีกำลังมันจะฟุ้งซ่าน พอจิตมันเหนื่อยขึ้นมามันจะไปติดอยู่ในว่างๆ สว่างว่างๆ เฉยๆ เพราะจิตมันพักไม่พอ เพราะอย่างนั้นมาทำสมาธิให้มันเป็นเรื่องเป็นราว นั่งหายใจเข้าพุท หายใจออกโธ ถึงเวลาเราก็ทำไปเรื่อยๆ ไม่ได้ทำด้วยความอยาก สงบก็ช่างไม่สงบก็ช่าง แต่จิตจะได้พัก จิตได้พักแล้วเราจะเห็นสภาวะทำงานได้ดี ... อ่านต่อ

ทุกวันปฏิบัติในรูปแบบ ระหว่างวันใช้เห็นจิตหลงแล้วตามรู้ ส่วนใหญ่จิตหลงไปคิดทั้งวัน

ทำถูกแล้วก็ทำสม่ำเสมอ ฝึกให้สม่ำเสมอ มันก็จะพัฒนามากขึ้นๆ รู้ทันการทำงานของจิตไปเรื่อยๆ หายใจไปพุทโธไปเป็นเครื่องอยู่ เป็นเครื่องสังเกตเมื่อไรจิตมันหนีไป มันก็จะลืมหายใจ ลืมพุทโธ เพราะฉะนั้นที่เราหายใจ เราพุทโธ เพื่อเป็นเครื่องสังเกตจิตเท่านั้นเอง ไม่ใช่เป็นเครื่องบังคับจิต ถ้าบังคับจิตเดี๋ยวจิตเครียด สมาธิก็ไม่เกิดหรอก สมาธิไม่เกิดปัญญาก็ไม่เกิด ... อ่านต่อ

ปฏิบัติในรูปแบบทุกวัน ยังฟุ้งซ่านบ่อย เคยเห็นจิตวิ่งไปดูมือแต่เป็นเหมือนมือคนแก่

เราภาวนา ไม่ได้มุ่งไปสร้างภพสร้างชาติอะไรขึ้นมาอีก ถ้าภาวนาแล้วเราไปสร้างภพ แสดงว่าไปด้วยตัณหาแล้ว ถ้าเราไปด้วยฉันทะ เราพอใจที่จะปฏิบัติตามที่พระพุทธเจ้าสอน เราพึงพอใจได้นั่งสมาธิ เดินจงกรม ได้ทำทาน ได้รักษาศีล ได้แยกรูปแยกนาม พระพุทธเจ้าสอนไว้เราทำตามด้วยความพอใจ ได้ปฏิบัติในสิ่งที่พระพุทธเจ้าสอน ไม่ใช่เพื่อเอาอะไรทั้งสิ้น ถ้าปฏิบัติเพื่อเอาคือตัณหา ปฏิบัติเพื่อจะลดละ ปล่อยวาง คือตัวฉันทะ ฉะนั้นเราสังเกตใจตัวเราเองไปเรื่อยๆ ภาวนาไป เรียนรู้มันไป ... อ่านต่อ

บางวันพอเห็นรูปนามแสดงไตรลักษณ์ได้บ้าง แต่บางวันเหมือนภาวนาไม่เป็น

ถ้าเราจงใจจะให้จิตมีกำลัง แต่เราไปจงใจตั้งอยู่อย่างนี้ กำลังของจิตยังไม่เยอะพอหรอก เพราะว่าจิตใช้พลังงานอยู่ตลอดเวลา มันเหมือนเรามีมือถือ ตอนนี้เราบอกเราไม่ได้ใช้งาน แต่มันก็กินแบตเตอรี่ ไปเรื่อยๆ เราก็ชัตดาวน์มันเสีย เพราะฉะนั้นเราไม่ไปปรุงอะไรขึ้นมา นี่ก็เป็นภพๆ หนึ่งที่จิตปรุงขึ้นมา คลายออกมาเป็นจิตธรรมดา จิตธรรมดาจะไม่ค่อยใช้พลังงานเท่าไร จิตจะค่อยๆ สะสมพลัง พลังงานมันจะเยอะขึ้นๆ แล้วมันจะตั้งมั่นเด่นดวงโดยที่เราไม่ได้เจตนาทำขึ้นมา ... อ่านต่อ

ไม่ชอบสภาวะที่เกิด ปัญหาคือใจก็ยังวางไม่ได้ ใจยังคงเข้าไปคลุกกับอารมณ์อยู่

ปฏิบัติต่อไป การวางเป็นหน้าที่ของปัญญา ไม่ใช่หน้าที่ของเรา เราสั่งให้จิตวางอะไรไม่ได้หรอก แต่ถ้าปัญญามันเกิด จิตมันวางของมันเอง อย่างมันเห็นความจริงว่าร่างกายเป็นทุกข์ จิตมันวางของมันเอง ฉะนั้นเราสั่งให้วางไม่ได้ ตัวที่ทำหน้าที่ละ หน้าที่วางคือตัวปัญญา เราก็สะสมของเราไป การภาวนามันเหมือนการเรียนหนังสือ กว่าเราจะได้ปริญญาตรีเราเรียนมาตั้งแต่ชั้นอนุบาล ชั้นประถม นานเป็นสิบๆ ปีเลย กว่าจะได้ปริญญาสักใบหนึ่ง กว่าจะได้เป็นพระโสดาบัน ภาวนากันนาน กว่าจะได้ สะสมกันหลายภพหลายชาติ ค่อยๆ ฝึกทุกวันๆ เมื่อไรเราจะแยกขันธ์ได้ พอเราเห็นพัฒนาการมาเรื่อยๆ จนขันธ์มันแยกได้แล้ว ก็ไม่ต้องสนใจแล้วเมื่อไรจะบรรลุมรรคผล มันบรรลุเอง แยกขันธ์แล้วเห็นขันธ์ทำงานไป แล้วถึงวันหนึ่งมันก็บรรลุมรรคผลของมันเอง อย่าใจร้อน ใจร้อนไม่มีอะไรที่เป็นประโยชน์ นอกจากมาบั่นทอนจิตใจของเราเองให้หมดกำลังใจ ... อ่านต่อ

 

 

ประกาศวัดสวนสันติธรรม 9 กรกฎาคม 2564

(ลงวันที่ 9 กรกฎาคม 2564)

ตามที่ศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) มีมติให้ยกระดับมาตรการป้องกันโรคโควิด-19 โดยให้จำกัดการเดินทางจากพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด เริ่มตั้งแต่วันที่ 10 กรกฎาคม 2564 เป็นต้นไป เพื่อควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดในช่วงนี้ ทางวัดสวนสันติธรรมเห็นสมควรตอบสนองแนวทางดำเนินงานของทางราชการ ดังนี้

1. ยกเลิกการเข้าฟังธรรมในศาลาใหญ่ตามที่มีการจองมาในเดือนกรกฎาคม 2564 ทั้งหมด โดยทางวัดสวนสันติธรรมจะจัดให้มีการไลฟ์สดการแสดงธรรมของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ทุกวันเสาร์และอาทิตย์ เวลา 9.00 – 10.00 น. ผ่านช่องทาง YouTube: Youtube.com/dhammadotcom และ Facebook: Dhamma.com

2. ขอความร่วมมือพระภิกษุ สามเณร อุบาสก อุบาสิกา ให้งดเดินทางไปวัดสวนสันติธรรม ยกเว้นกรณีผู้ใดประสงค์จะถวายทานต่างๆ ให้กระทำได้ดังนี้

2.1 การถวายอาหาร ให้นำไปมอบให้ผู้ปฏิบัติงานของวัดที่โรงอาหาร 1 ก่อนเวลา 7.45 น. แล้วผู้ปฏิบัติงานจะจัดและนำถวายอาหารต่อสงฆ์ให้เอง
2.2 การถวายอาหารแห้ง และเครื่องใช้อื่นๆ ให้นำไปวางไว้ที่โต๊ะที่ทางวัดจัดเตรียมไว้รับของถวาย ณ โรงอาหาร 1 ก่อนเวลา 10.00 น.
2.3 การถวายปัจจัย กระทำได้ 2 วิธีคือ

2.3.1 การโอนเข้าบัญชีธนาคาร ดังนี้

– ปัจจัยบำรุงวัด ชื่อบัญชี “วัดสวนสันติธรรม ธนาคารกสิกรไทย สาขาศรีราชา เลขที่ 172-2-56042-4” หรือท่านใดต้องการหลักฐานไว้ลดหย่อนภาษี กรุณาโอนผ่าน QR Code บัญชีวัดสวนสันติธรรม ตามลิงค์นี้ https://content.dhamma.com/wp-content/uploads/QR-WatSuansantidham.jpg

– ปัจจัยสร้างอุโบสถ ชื่อบัญชี “วัดสวนสันติธรรมเพื่อสร้างอุโบสถ ธนาคารกสิกรไทย สาขาศรีราชา เลขที่ 172-2-56046-7” หรือท่านใดต้องการหลักฐานไว้ลดหย่อนภาษี กรุณาโอนผ่าน QR Code บัญชีวัดสวนสันติธรรมเพื่อสร้างอุโบสถ ตามลิงค์นี้ https://content.dhamma.com/wp-content/uploads/QR-WatSuansantidham-for-Monastery.jpg

– มูลนิธิสื่อธรรม ชื่อบัญชี “มูลนิธิสื่อธรรม หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ธนาคารกสิกรไทย สาขาถนนจันทน์ เลขที่ 715-2-68288-8” หรือโอนผ่าน QR Code มูลนิธิสื่อธรรมหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ตามลิงค์นี้ https://content.dhamma.com/wp-content/uploads/QR-LPTF.jpg

– ปัจจัยถวายพระสงฆ์ ชื่อบัญชี “น.ส.ชยาทร เตชะไพบูลย์ เพื่อบำรุงสงฆ์วัดสวนสันติธรรม ธนาคารกสิกรไทย สาขาโรบินสัน ศรีราชา เลขที่ 042-8-70242-5”
กรณีผู้ถวายมีเจตนาจะถวายโดยเจาะจงต่อพระภิกษุรูปใดรูปหนึ่ง เมื่อโอนปัจจัยเข้าบัญชีแล้ว ขอให้แจ้งเจตนารมณ์ให้ไวยาวัจกรทราบ ทางโทรศัพท์หมายเลข 096-9356359 หรือ Line ID: mediafoundation

2.3.2 การถวายเงินสด ผู้ปฏิบัติงานจะนำผู้บริจาคไปที่ศาลาใหญ่ แล้วรับปัจจัยไปหยอดตู้ให้ต่อหน้าผู้บริจาค แต่กรณีเป็นการบริจาคที่เจาะจงพระภิกษุองค์ใดองค์หนึ่ง ผู้ปฏิบัติงานจะนำซองมาให้ผู้บริจาคเขียนชื่อพระภิกษุรูปนั้นพร้อมบรรจุเงิน แล้วผู้ปฏิบัติงานจะรับซองไปหยอดตู้ให้ต่อหน้าผู้บริจาค

 

3. วัดสวนสันติธรรมขอสงวนศาลาใหญ่ เขตที่พักโยม เขตสงฆ์ และเขตอุบาสิกา เป็นพื้นที่เฉพาะบุคคลภายใน

4. โปรดงดการขอเข้าพบหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ในทุกกรณี

 

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 9 กรกฎาคม 2564 เป็นต้นไป จนกว่าจะมีประกาศเปลี่ยนแปลง

วัดสวนสันติธรรมขออนุโมทนาทุกท่าน ที่ให้ความร่วมมือด้วยดีมาโดยตลอด

 

ประกาศวัดสวนสันติธรรม 19 มิถุนายน 2564

(ลงวันที่ 19 มิถุนายน 2564)

ตามที่วัดสวนสันติธรรม ได้ขอความร่วมมือจากพระภิกษุ สามเณร อุบาสก และอุบาสิกา ให้งดเดินทางเข้าไปยังวัดสวนสันติธรรมเป็นการชั่วคราว เพื่อตอบสนองต่อมาตรการป้องกันแก้ไขปัญหาโรคระบาดของทางราชการ ตั้งแต่วันที่ 20 ธันวาคม 2563 เป็นต้นมานั้น

ขณะนี้ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) ได้ปรับและผ่อนคลายมาตรการตามระดับของสถานการณ์พื้นที่ในจังหวัดชลบุรี วัดสวนสันติธรรมจึงขอผ่อนปรนแนวทางดำเนินงาน ดังนี้

1. เปิดโอกาสให้อุบาสกและอุบาสิกาจองเข้าไปฟังธรรม ณ วัดสวนสันติธรรมได้ ในเดือนกรกฎาคม 2564 ตามวันที่หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช แสดงธรรม ซึ่งจะประกาศให้ทราบทางปฏิทินธรรมของ Dhamma.com โดยจำกัดจำนวนให้สาธุชนเข้าไปฟังธรรมในศาลาใหญ่ได้วันละ 50 คน เพื่อการเว้นระยะห่างของบุคคลตามคำแนะนำของทางราชการ และจะจัดให้มีการไลฟ์สดให้ฟังธรรมได้ที่บ้านด้วย

ทั้งนี้วัดสวนสันติธรรมยังไม่สามารถเปิดให้สาธุชนเข้าฟังธรรมในบริเวณด้านนอกศาลาใหญ่และบริเวณโรงอาหาร 1 – 2 ได้ และยังไม่สามารถเปิดให้เข้าฟังธรรมเป็นหมู่คณะ ไม่ว่าจะเป็นองค์กร เช่น โรงเรียน บริษัท หรือกลุ่มชมรมต่างๆ รวมทั้งคอร์ส และกลุ่มรถตู้ธรรมทานต่างๆ เป็นต้น ดังนั้นจึงต้องขอให้ท่านที่ไม่ได้รับสิทธิ์เข้าฟังธรรมจากการจอง โปรดงดการเดินทางเข้าไปยังวัดสวนสันติธรรม

บุคคลที่ขอสมัครเข้าฟังธรรมจำเป็นต้องมีคุณสมบัติเบื้องต้นดังนี้

  • ได้รับวัคซีนซิโนแวคครบ 2 เข็ม และนับรวมระยะเวลาอีก 14 วัน หลังจากฉีดเข็มที่สองแล้วในวันที่เข้าฟังธรรม (เช่น ฉีดวัคซีนซิโนแวคเข็มที่สอง ในวันที่ 19 มิถุนายน 2564 นับรวมเวลาอีก 14 วัน จึงเข้าฟังธรรมในวันที่ 3 กรกฎาคมได้)
  • ได้รับวัคซีนแอสตราเซเนกา 1 เข็ม และนับรวมระยะเวลาอีก 1 เดือนหลังจากฉีดเข็มแรกแล้วในวันที่เข้าฟังธรรม (เช่น ฉีดวัคซีนแอสตราเซเนกาเข็มแรก ในวันที่ 3 มิถุนายน 2564 นับรวมเวลาอีก 1 เดือน จึงเข้าฟังธรรมในวันที่ 3 กรกฎาคมได้)
  • ทุกท่านต้องแสดงใบรับรองการฉีดวัคซีนตอนกรอกใบสมัครขอเข้าฟังธรรม

2. หลวงพ่อปราโมทย์จะแสดงธรรมในช่วงเวลาประมาณ 9.00 – 10.00 น. และจะเปิดให้ผู้ที่ได้รับสิทธิ์จากการจองทยอยเข้าศาลาได้ตั้งแต่เวลา 8.30 น. โดยมีขั้นตอนดังนี้

2.1 ตรวจวัดอุณหภูมิของร่างกาย สแกนคิวอาร์โค้ตเพื่อเช็คอิน ทันทีที่เดินทางมาถึงวัด
2.2 เมื่อถึงเวลาลงทะเบียน แสดงบัตรประจำตัวประชาชน เพื่อตรวจสอบความถูกต้องตามบัญชีรายชื่อที่จองไว้
2.3 ติดสติกเกอร์ที่ได้รับที่ด้านหน้าของหัวไหล่ซ้าย
2.4 รับเจลทำความสะอาดมือ
2.5 เข้านั่งเก้าอี้ในศาลาในที่ที่ทางวัดจัดไว้ให้ตามหมายเลขการลงทะเบียนของตนเอง งดการลงกราบกับพื้น
2.6 ปิดเสียงโทรศัพท์ และงดการถ่ายภาพหรือคลิปวิดีโอใดๆ

ทั้งนี้ผู้ปฏิบัติงานของวัด จะปิดประตูศาลาในเวลา 9.00 น.ตรง และจะเปิดให้คนในศาลาที่มีความจำเป็น ออกไปก่อนจบการฟังธรรมได้ แต่จะไม่เปิดรับท่านที่มาสายหรือท่านที่ออกจากศาลาไปแล้วให้เข้าศาลาอีก ดังนั้นจึงขอให้ท่านตรงต่อเวลาด้วย เพื่อไม่ให้รบกวนการฟังธรรมของผู้อื่น

3. กรณีต้องการส่งการบ้าน ให้กรอกในใบสมัครว่าต้องการส่งการบ้าน ในวันฟังธรรมจะมีการจับฉลากคัดเลือกผู้จะได้ส่งการบ้านในเวลา 8.20 น. เมื่อได้รับสิทธิ์ให้ท่านเขียนสรุปประเด็นที่จะส่งการบ้านมอบให้ผู้ปฏิบัติงานของวัด เพื่อนำไปอ่านให้หลวงพ่อฟังทีละคน ทั้งนี้จะไม่มีการส่งไมโครโฟนให้แต่ละท่านถามด้วยตนเอง เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดที่อาจจะเกิดขึ้นจากการใช้ไมโครโฟนร่วมกัน

4. หลังจบการแสดงธรรมของหลวงพ่อปราโมทย์

4.1 ไม่มีการแยกกลุ่มย่อยเพื่อสนทนาธรรมกับผู้ช่วยสอน เพื่อป้องกันปัญหาการคลุกคลีเป็นกลุ่มที่จะเกิดขึ้น
4.2 สแกนคิวอาร์โค้ตเพื่อเช็คเอาท์
4.3 กลับออกจากวัดในโอกาสแรกที่ทำได้ เพื่อทีมงานของวัดจะได้ทำความสะอาดศาลา และสถานที่อื่นๆ โดยเร็ว

5. วัดสวนสันติธรรมจำเป็นต้องจำกัดการให้บริการอาหาร ณ โรงอาหาร เพื่อไม่ให้เกิดการเบียดเสียดตักอาหาร และการนั่งรับประทานอาหารร่วมกัน จึงขอให้ทุกท่านที่ไปฟังธรรม โปรดรับประทานอาหารรองท้องไปก่อน หรือเตรียมอาหาร พร้อมทั้งภาชนะ ช้อน และน้ำดื่มของท่านไปเอง เพื่อกระจายตัวกันรับประทานอาหารในพื้นที่ว่าง หรือในรถของท่าน และเมื่อรับประทานเสร็จแล้ว โปรดเก็บภาชนะและอุปกรณ์ต่างๆ กลับมาทำความสะอาดที่บ้านของท่าน

อย่างไรก็ตาม ในกรณีที่ท่านมีความจำเป็นเร่งด่วนจะต้องรับประทานอาหารและไม่ได้เตรียมมาด้วยตนเอง ผู้ปฏิบัติงานของวัดจะตักอาหารให้ท่าน โดยท่านไม่มีสิทธิ์เลือกอาหารตามใจชอบ เพื่อความรวดเร็วในการให้บริการ ทั้งนี้ขอให้การปฏิบัติตามมาตรการนี้เป็นทางเลือกสุดท้าย ในกรณีที่ไม่สามารถรับประทานอาหารมาก่อน หรือเตรียมอาหารมารับประทานเองได้แล้วเท่านั้น

6. การใช้ห้องน้ำไม่ควรเบียดเสียดกัน ควรคำนึงถึงการเว้นระยะห่างของบุคคลอยู่เสมอ เมื่อใช้ห้องน้ำแล้ว ให้รีบล้างมือ ทั้งนี้ทางวัดจะจัดเตรียม เจลทำความสะอาดมือ หรือสบู่ล้างมือไว้ให้

7. ขอความร่วมมือทุกท่าน สวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลาที่อยู่ในวัด และโปรดงดการทิ้งขยะในวัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งขยะติดเชื้อ เช่น หน้ากาก ทิชชู และเศษอาหาร

8. วัดสวนสันติธรรมต้องกราบขออภัยต่อพระภิกษุ สามเณร ที่ยังไม่มีสถานที่ที่เหมาะสมเพียงพอ ที่จะรับรองท่านได้ในช่วงนี้

9. หลวงพ่อปราโมทย์ยังคงงดรับนิมนต์แสดงธรรมนอกสถานที่ และโปรดงดการขอเข้าพบหลวงพ่อปราโมทย์เป็นกรณีพิเศษด้วย

10. กรณีผู้ใดประสงค์จะถวายทานต่างๆ ให้กระทำได้ดังนี้

10.1 การถวายอาหาร ให้นำไปมอบให้ผู้ปฏิบัติงานของวัดที่โรงอาหาร 1 ก่อนเวลา 7.30 น. แล้วผู้ปฏิบัติงานจะจัดและนำถวายอาหารต่อสงฆ์ให้เอง
10.2 การถวายอาหารแห้ง และเครื่องใช้อื่นๆ ให้นำไปวางไว้ที่โต๊ะที่ทางวัดจัดเตรียมไว้รับของถวาย ณ โรงอาหาร 1 ก่อนเวลา 10.00 น.

 

มาตรการทั้งหลายนี้เป็นมาตรการชั่วคราว โดยทางวัดจะปรับเปลี่ยนหรือยกเลิกได้ตลอดเวลา เพื่อให้สอดคล้องกับมาตรการในแต่ละช่วงเวลาของทางราชการต่อไป ทั้งนี้เพื่อประโยชน์ของแต่ละท่าน และต่อส่วนรวมของชาติบ้านเมืองเป็นสำคัญ

 

ประกาศวัดสวนสันติธรรม 29 เมษายน 2564

(ลงวันที่ 29 เมษายน 2564)

ตามที่คณะกรรมการบริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ ศบค. มีมติให้ยกระดับมาตรการป้องกันโรคโควิด-19 ใน 6 จังหวัด รวมถึงจังหวัดชลบุรี โดยห้ามจัดกิจกรรมซึ่งมีการรวมกลุ่มของบุคคลมากกว่า 20 คน เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2564 เป็นต้นไป เพื่อควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดในช่วงนี้ ทางวัดสวนสันติธรรมเห็นสมควรตอบสนองแนวทางดำเนินงานของทางราชการ ดังนี้

1. ยกเลิกการเข้าฟังธรรมในศาลาใหญ่ โดยทางวัดสวนสันติธรรมจะจัดให้มีการไลฟ์สดการแสดงธรรมของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ทุกวันเสาร์และอาทิตย์ เวลา 9.00 – 10.00 น. ผ่านช่องทาง YouTube: Youtube.com/dhammadotcom และ Facebook: Dhamma.com

2. ยกเลิกการเข้าฟังธรรมผ่านจอบริเวณนอกศาลาใหญ่

3. ขอความร่วมมือพระภิกษุ สามเณร อุบาสก อุบาสิกา ให้งดเดินทางไปวัดสวนสันติธรรม ยกเว้นกรณีผู้ใดประสงค์จะถวายทานต่างๆ ให้กระทำได้ดังนี้

3.1 การถวายอาหาร ให้นำไปมอบให้ผู้ปฏิบัติงานของวัดที่โรงอาหาร 1 ก่อนเวลา 7.45 น. แล้วผู้ปฏิบัติงานจะจัดและนำถวายอาหารต่อสงฆ์ให้เอง

3.2 การถวายอาหารแห้ง และเครื่องใช้อื่นๆ ให้นำไปวางไว้ที่โต๊ะที่ทางวัดจัดเตรียมไว้รับของถวาย ณ โรงอาหาร 1 ก่อนเวลา 10.00 น.

3.3 การถวายปัจจัย กระทำได้ 2 วิธีคือ

3.3.1 การโอนเข้าบัญชีธนาคาร ดังนี้

      • ปัจจัยบำรุงวัด ชื่อบัญชี “วัดสวนสันติธรรม ธนาคารกสิกรไทย สาขาศรีราชา เลขที่ 172-2-56042-4” หรือคลิกที่นี่เพื่อโอนผ่าน QR Code บัญชีวัดสวนสันติธรรม
      • ปัจจัยสร้างอุโบสถ ชื่อบัญชี “วัดสวนสันติธรรมเพื่อสร้างอุโบสถ ธนาคารกสิกรไทย สาขาศรีราชา เลขที่ 172-2-56046-7” หรือใช้ QR Code บัญชีวัดสวนสันติธรรมเพื่อสร้างอุโบสถ
      • มูลนิธิสื่อธรรม ชื่อบัญชี “มูลนิธิสื่อธรรม หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ธนาคารกสิกรไทย สาขาถนนจันทน์ เลขที่ 715-2-68288-8” หรือใช้ QR Code มูลนิธิสื่อธรรมหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
      • ปัจจัยบำรุงสงฆ์ ชื่อบัญชี “น.ส.ชยาทร เตชะไพบูลย์ เพื่อบำรุงสงฆ์วัดสวนสันติธรรม ธนาคารกสิกรไทย สาขาโรบินสัน ศรีราชา เลขที่ 042-8-70242-5” กรณีผู้ถวายมีเจตนาจะถวายโดยเจาะจงต่อพระภิกษุรูปใดรูปหนึ่ง เมื่อโอนปัจจัยเข้าบัญชีแล้ว ขอให้แจ้งเจตนารมณ์ให้ไวยาวัจกรทราบ ทางโทรศัพท์หมายเลข 096-935-6359 หรือ Line ID: mediafoundation

3.3.2 การถวายเงินสด ผู้ปฏิบัติงานจะนำผู้บริจาคไปที่ศาลาใหญ่ แล้วรับปัจจัยไปหยอดตู้ให้ต่อหน้าผู้บริจาค แต่กรณีเป็นการบริจาคที่เจาะจงพระภิกษุองค์ใดองค์หนึ่ง ผู้ปฏิบัติงานจะนำซองมาให้ผู้บริจาคเขียนชื่อพระภิกษุรูปนั้นพร้อมบรรจุเงิน แล้วผู้ปฏิบัติงานจะรับซองไปหยอดตู้ให้ต่อหน้าผู้บริจาค

 

4. วัดสวนสันติธรรมขอสงวนศาลาใหญ่ เขตที่พักโยม เขตสงฆ์ และเขตอุบาสิกา เป็นพื้นที่เฉพาะบุคคลภายใน

5. โปรดงดการขอเข้าพบหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ในทุกกรณี

 

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2564 เป็นต้นไป จนกว่าจะมีประกาศเปลี่ยนแปลง

วัดสวนสันติธรรมขออนุโมทนาทุกท่าน ที่ให้ความร่วมมือด้วยดีมาโดยตลอด