เรื่องเรียบง่ายและธรรมดาที่เรียกว่า ธรรมะ 2018-04-09T22:19:16+00:00

ธรรมะเพื่อความพ้นทุกข์ หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช

มีสติ รู้กาย รู้ใจ ตามความเป็นจริง ด้วยจิตที่ตั้งมั่นและเป็นกลาง

“ธรรมะจริงๆ ง่ายมากเลย ง่ายเแบบเป็นเรื่องธรรมดาที่สุดเลย เป็นเรื่องใกล้ตัวที่สุด คือเรื่องของตัวเราเองนี่เอง เรื่องของกายเรื่องของใจนี่เอง ทีนี้เราไปวาดภาพธรรมะเอาไว้จนยุ่งเหยิง เราคิดว่าการปฏิบัติธรรมนั้นต้องทำอะไรที่เหนือธรรมดา แล้ววันหนึ่งจะได้สิ่งที่เหนือธรรมดา อันนั้นเข้าใจผิด

การปฏิบัติธรรมจริงๆ ก็คือการศึกษาธรรมะนั่นเอง ธรรมะก็คือกายกับใจ กายเรียกว่ารูปธรรม ใจเรียกว่านามธรรม ให้เราศึกษากาย ศึกษาใจ ศึกษาไปเรื่อย ตามดูว่าความเป็นจริงของกายเป็นยังไง ความเป็นจริงของใจเป็นยังไง ตัวความเป็นจริงนั่นแหละ ตัวธรรมะ ถ้าเข้าใจความเป็นจริงของกายของใจ ก็คือเข้าถึงธรรมะ

ถ้าวันใดเข้าใจธรรมะแล้ว เห็นว่ากายกับใจไม่ใช่ตัวเรา อันนี้แหละที่เรียกว่ามีดวงตาเห็นธรรม พระโสดาบันมีดวงตาเห็นธรรม คือได้เห็นความจริงว่ากายกับใจไม่ใช่เรา ตัวเราไม่มี…”

ทางลัด คลิกที่ภาพ

อ่านธรรมะ

อ่านธรรมะโดนใจจากหน้าเว็บหรือ download หนังสือ

ฟังธรรม

ฟังพระธรรมเทศนาหลวงพ่อล่าสุด หรือค้นหาไฟล์เสียงเรียงลำดับตามแผ่นซีดี

วัดสวนสันติธรรม

แผนที่เดินทางไปวัดสวนสันติธรรม พร้อมปฏิทินแสดงธรรม

คำถามที่พบบ่อย

รายละเอียดต่างๆ เช่น ตั้งแต่การขอมาพักที่วัด ถวายสังฆทาน พระภิกษุขอมาพักที่วัด

“หลักของการปฏิบัติที่จะให้เกิดสติปัญญาแท้ๆ เกิดมรรคเกิดผลได้ มีไม่มากหรอก จำหลักสั้นๆ ไว้นิดเดียว
ให้เรามีสติ รู้กาย รู้ใจ ตามความเป็นจริง ด้วยจิตที่ตั้งมั่นและเป็นกลาง

หลวงพ่อไปรวบรวมหลักของการทำวิปัสสนากรรมฐาน ย่อลงมาเหลือเท่านี้เอง ถ้าพูดให้ถูกๆ ก็มีสติรู้รูป รู้นาม ตามความเป็นจริง ด้วยจิตที่ตั้งมั่นและเป็นกลาง รูปธรรมนามธรรมนั่นเอง เรียนรู้รูปธรรมนามธรรมที่ประกอบกันเป็นตัวเรา”

ส่วนหนึ่งของพระธรรมเทศนา หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วันที่ ๑๐ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๓
จากซีดีแสดงธรรม ณ วัดสวนสันติธรรม แผ่นที่ ๓๗ ไฟล์ 531010A

พระธรรมเทศนาล่าสุด

  • จิตทำหน้าที่เกินรู้ จะทุกข์ : หลวงพ่อปราโมทย์​ 11 มี.ค. 61 A (610311A)
    "ถ้าขันธ์ทุกตัวทำหน้าที่ของตัวเอง ปัญหาจะไม่เกิดขึ้น แต่ปัญหาเกิดขึ้น เพราะจิตไม่ทำหน้าที่ของตัวเอง จิตไม่ทำหน้าที่รับรู้ แต่จิตทำหน้าที่แทรกแซง อยากให้หายเจ็บ อยากให้หายปวด จิตมันเข้าไปวุ่นวาย ทั้งที่จิตไม่ได้เจ็บปวด อย่างเวลาเราเจ็บมากๆ ปวดมากๆ จิตเป็นคนรู้ ความเจ็บปวดก็ไม่ใช่ร่างกาย แล้วก็ไม่ใช่จิตด้วย ร่างกายก็ไม่ได้ว่าอะไร ร่างกายก็เงียบๆ ไม่บ่นอะไ […]
  • บริกรรมเป็น จะก้าวหน้า : หลวงพ่อปราโมทย์​ 10 มี.ค. 61 B (610310B)
    "เราบริกรรมไปเรื่อย ๆ แล้วคอยรู้ทันจิตตัวเอง บริกรรมไปแล้วจิตหนีไปคิด รู้ทัน บริกรรมแล้วจิตเป็นยังไง คอยรู้ทันไปเรื่อย ๆ อย่างนั้นถึงจะเรียกว่า บริกรรมเป็น ถ้าบริกรรมเพื่อให้จิตนิ่ง จิตสงบ จิตดี จิตมีความสุข เรียกว่า บริกรรมไม่เป็น อันนั้นเป็นการแทรกแซงจิต จิตไม่ดีทำให้ดี จิตไม่สุขทำให้สุข จิตไม่สงบทำให้สงบ อันนั้นได้แค่ สมถกรรมฐาน ที่เราจะฝึกนี่สูงกว่า […]
  • ปลุกตัวเองให้ตื่น : หลวงพ่อปราโมทย์​ 10 มี.ค. 61 A (610310A)
    "เวลาเราฝัน เรามีร่างกายเราก็ลืม มีจิตใจเราก็ไม่รู้สึก เวลาเราคิด มีร่างกายเราก็ไม่รู้สึก มีจิตใจเราก็ไม่รู้สึก ความรู้สึกอะไรเกิดขึ้นในใจ ก็ไม่รู้ เพราะขณะนั้นมัวแต่รู้เรื่องที่คิด ธรรมชาติของจิต รู้อารมณ์ได้ครั้งละอย่างเดียว เมื่อจิตมันรู้เรื่องราวที่คิดแล้ว มันจะมารู้กาย ทำไม่ได้ มันจะมารู้ใจ ก็ทำไม่ได้ เราต้องถอนตัวออกจากโลกของความคิดให้ได้ มาอยู่ใน […]
  • ไม่เกินกรรม : หลวงพ่อปราโมทย์​ 4 มี.ค. 61 B (610304B)
    “กรรมชั่ว ไม่หายไปไหน กรรมดี ก็ไม่หายไปไหน แต่ละคนต้องทำกรรมชั่วมาบ้าง มันทำไปแล้ว แล้วจะทำอย่างไร ทำไปแล้วก็ทำใจ ๒ ประการ หนึ่ง ต้องรับแน่นอน อย่าปฏิเสธเลย อย่าพยายามหนี ไม่มีทางแก้กรรม แก้กรรมไม่ใช่ชาวพุทธ ข้อสอง เป็นบทเรียน ไม่ทำอีก แล้วตั้งใจทำความดีให้ยิ่งๆ ขึ้นไป” -- พระธรรมเทศนาหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม วันที่ ๔ มีนาคม ๒๕๖๑ ไฟล์ 610304B […]
  • ไม่เรียนเรื่องจิต ไม่ได้สมาธิที่ถูกต้อง : หลวงพ่อปราโมทย์​ 4 มี.ค. 61 A (610304A)
    “เราชอบพูดง่ายๆ ว่าศีล สมาธิ ปัญญา แต่อะไรทำให้เกิด ศีล สมาธิ ปัญญา ก็ศีลสิกขา จิตตสิกขา ปัญญาสิกขา เรียนวิธีรักษาศีล เรียนเรื่องของจิต แล้วจะได้สมาธิที่ถูกต้อง ถ้าไม่เรียนเรื่องจิต จะไม่ได้สมาธิที่ถูกต้องหรอก ปัญญาสิกขา ก็เรียนวิธีที่จะเจริญปัญญา มีสมาธิเฉยๆ ไม่เกิดปัญญา ถึงสมาธิถูก แต่จิตมันนิ่งเฉยอยู่ ก็ไม่ถูก ต้องมีวิธีเจริญปัญญา การเจริญปัญญาก็คือ การรู […]

“ธรรมะของพระพุทธเจ้างดงามในเบื้องต้น งดงามในท่ามกลาง งดงามในที่สุด ไพเราะจับอกจับใจ ยิ่งเราศึกษาปฏิบัติจะพบว่า ความทุกข์กระเด็นหายไปจากใจเราอย่างอัศจรรย์ที่สุดเลยท่านสอนให้เราช่วยตัวเอง ไม่ต้องร้องขอให้ใครมาช่วย ไม่ได้สอนให้พึ่งพาผู้อื่นสิ่งอื่น ท่านให้เรามีสรณะคือพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ เป็นที่พึ่ง แต่ที่พึ่งไม่ใช่แปลว่าท่านจะมาช่วย เราให้พ้นทุกข์ แต่ท่านเป็นแบบอย่างของผู้พ้นทุกข์
ท่านสอนทางพ้นทุกข์ที่ท่านเดินมาแล้ว ท่านทําได้แค่นั้นเอง ที่เหลือเราต้องทํา ต้องปฏิบัติเอาเอง
ทางที่ท่านสอนนั้นชัดเจน ไม่มีอะไรที่คลุมเครือ ไม่มีอะไรที่ จะต้องสงสัยเลย ขอให้ลงมือทําให้ถูกเท่านั้นเอง ซึ่งมีสองอย่าง อย่างแรกทําให้ถูกทาง อย่างที่สองทําให้สมควรกับธรรม ไม่ใช่ทํา นิดๆ หน่อยๆ หลายคนใจร้อน สะสมกิเลสมานับเวลาไม่ถ้วน พอมาภาวนา ๓ เดือน อยากบรรลุธรรมแล้ว
ธรรมะนั้นต้องปฏิบัติให้ถูกทาง เมื่อถูกแล้วก็ต้องขยัน ทำบ้างเล่นบ้างมันก็ได้แต่ธรรมะถูๆ ไถๆ ไปวันหนึ่งๆ ถ้าอยากฝึกจนจิตใจเราเข้าถึงฝั่ง พ้นทุกข์ แล้วไม่ต้องตะเกียกตะกายต่อไป จะต้องสู้ตาย มันไม่เหลือวิสัยที่คนธรรมดาๆ อย่างพวกเราจะทําได้ มันเหลือวิสัยเฉพาะคนที่ไม่รู้ทาง ดิ้นรนแทบตายเหนื่อยแทบตายก็ ได้แค่นั้นแหละ”

หนังสืออริยสัจเพื่อความพ้นทุกข์  เรื่อง “มรรค คือ ทางสายเดียวเพื่อความพ้นทุกข์”
จากพระธรรมเทศนาหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช แผ่นที่ ๔๓ วันที่ ๗ มกราคม ๒๕๕๕ (550107)

X