หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช

มีสติ รู้กาย รู้ใจ ตามความเป็นจริง ด้วยจิตที่ตั้งมั่นและเป็นกลาง

หลักของการปฏิบัติที่จะให้เกิดสติปัญญาแท้ๆ เกิดมรรคเกิดผลได้ มีไม่มากหรอก จำหลักสั้นๆ ไว้นิดเดียว
ให้เรามีสติ รู้กาย รู้ใจ ตามความเป็นจริง ด้วยจิตที่ตั้งมั่นและเป็นกลาง
หลวงพ่อไปรวบรวมหลักของการทำวิปัสสนากรรมฐาน ย่อลงมาเหลือเท่านี้เอง
ถ้าพูดให้ถูกๆ ก็มีสติรู้รูป รู้นาม ตามความเป็นจริง ด้วยจิตที่ตั้งมั่นและเป็นกลาง
รูปธรรม นามธรรมนั่นเอง
เรียนรู้รูปธรรมนามธรรมที่ประกอบกันเป็นตัวเรา

ส่วนหนึ่งของพระธรรมเทศนา หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วันที่ ๑๐ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๓
จากซีดีแสดงธรรม ณ วัดสวนสันติธรรม แผ่นที่ ๓๗ ไฟล์ 531010A

บวชใจให้ได้

บวชใจให้ได้

ถ้าเราไม่มีโอกาสจะบวช อาจจะเพราะว่าไม่พร้อมที่จะบวช มีภารกิจทางโลก ยังบวชไม่ได้ หรือไม่มีภารกิจ แต่ยังหาที่บวชด้วยความเต็มใจไม่ได้ ไม่สบายใจที่จะบวช หาไม่ได้ทำอย่างไร อย่างผู้หญิงจะไปบวชภิกษุณี มันก็ไม่มีจริง ไปบวชชีแต่ละวัด เขาก็ขยาด หาที่อยู่ยาก มั ... อ่านต่อ
มีศีลเป็นเครื่องป้องกันตัว

มีศีลเป็นเครื่องป้องกันตัว

ถ้าตั้งใจรักษาพระวินัย ธรรมวินัยก็จะรักษาเรา ถ้าไม่รักษาตัวเองก็เอาตัวไม่รอด แล้วจะไปรักษาพระศาสนาได้อย่างไร ตัวเองยังรักษาไม่ได้เลย เรื่องของเรื่องทั้งหมดนั้นก็คือเรื่องของกิเลสนั่นล่ะ ถ้ายังไม่เห็นโทษไม่เห็นภัยของกิเลส ยังลดละกิเลสไม่ได้ มันก็พร้อม ... อ่านต่อ
กถาวัตถุ 10

กถาวัตถุ 10

องค์ธรรม 10 ประการนี้ ที่เราต้องฝึกก็คือศีล สมาธิ ปัญญา องค์ธรรมที่หก เจ็ด แปด หลังจากนั้นวิมุตติจะเกิดเอง วิมุตติญาณทัสสนะจะเกิดเอง แต่ก่อนที่ศีล สมาธิ ปัญญาจะเกิด มีองค์ธรรม 5 ประการ มักน้อย สันโดษ ฝักใฝ่ในความสงบ ไม่คลุกคลี ปรารภความเพียร ถ้าทำได้ ... อ่านต่อ
การปฏิบัติตั้งแต่ต้นจนจบ

การปฏิบัติตั้งแต่ต้นจนจบ

เริ่มต้นก็ถือศีล 5 แล้วค่อยพัฒนาขึ้นมาจนกระทั่งจิตตั้งมั่น ด้วยการมีวิหารธรรมแล้วรู้ทันจิตไป ถัดจากนั้นเวลาสติระลึกรู้ความเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงของรูปของนาม จิตตั้งมั่นเป็นแค่คนรู้คนดูอยู่ มีสมาธิมันก็จะเห็นความจริงของรูปนาม ว่ามันตกอยู่ใต้ไตรลักษณ์ เ ... อ่านต่อ
กฎของการดูจิต 3 ข้อ

กฎของการดูจิต 3 ข้อ

ข้อที่หนึ่ง อย่าอยากรู้แล้วเที่ยวแสวงหาว่าตอนนี้จิตเป็นอย่างไร ให้ความรู้สึกเกิดขึ้นก่อนแล้วค่อยรู้ว่ามันรู้สึกอะไร กฎข้อที่สอง ระหว่างรู้ อย่าถลำลงไปรู้ จิตต้องเป็นผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน จิตผู้รู้ก็ต้องอาศัยการฝึกอย่างที่ว่า ทำกรรมฐานสักอย่างหนึ่ ... อ่านต่อ
น้ำหนักในใจคือดัชนีชี้วัด

น้ำหนักในใจคือดัชนีชี้วัด

บางคนยังไม่ได้ภาวนาใจสบายเป็นธรรมดา พอจะดูจิตเริ่มจ้องแล้ว เครียดแล้ว จะดูตรงไหนดี ไม่เห็นว่าใจกำลังโลภ ใจกำลังฟุ้งซ่าน สภาวะเกิดแล้วไม่เห็น ใจก็เครียดขึ้นมา หรือบางคนเห็นโทสะ โทสะเกิดขึ้นใจไม่ชอบ ไม่เห็นว่าใจไม่ชอบ มีน้ำหนักเกิดขึ้น ใจเครียด ฉะนั้นน ... อ่านต่อ
การปฏิบัตินั้นไม่ยาก

การปฏิบัตินั้นไม่ยาก

การปฏิบัตินั้นไม่ยาก ยากเฉพาะผู้ไม่ปฏิบัติ ตั้งใจเสียใหม่ แทนที่จะสนใจแต่คนอื่น สนใจแต่สิ่งอื่น หันมาสนใจร่างกาย จิตใจของตัวเองบ้าง สะสมความรู้ถูก ความเข้าใจถูกในร่างกาย ในจิตใจของตัวเองให้มากๆ เราดูของจริง สิ่งที่เกิดล้วนแต่ดับ ดูไป ไม่ใช่เรื่องยาก ... อ่านต่อ
มีชีวิตด้วยความไม่ประมาท

มีชีวิตด้วยความไม่ประมาท

อย่างพวกเรามีโอกาสเจอศาสนาพุทธแล้ว ถ้าไม่รู้จักตักตวงผลประโยชน์จากศาสนาพุทธ คือการเรียนรู้สัจธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้าให้ถ่องแท้ เรียกว่าเราประมาท เพราะศาสนาพุทธจะสูญไปเมื่อไร ไม่รู้ ปกติไม่ยั่งยืนเท่าไรหรอก มันเป็นศาสนาที่เข้าใจยาก ศาสนาที่ต้องช่วยตัว ... อ่านต่อ
เรียนรู้อายตนะเพื่อละตัณหา

เรียนรู้อายตนะเพื่อละตัณหา

ภาวนาเรื่อยๆ ตามสังเกตของจริงไป จะรู้เลย ทุกอย่างเกิดแล้วดับหมดเลย จะอายตนะภายนอก เกิดแล้วก็ดับ อายตนะภายในเกิดแล้วก็ดับ จิตวิญญาณที่เกิดทางตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ เกิดแล้วก็ดับ ไม่มีอะไรยั่งยืนสักอย่างเดียว ถ้าอย่างนี้ ดูอย่างนี้เรื่อยๆ มันจะละตัณหา ... อ่านต่อ

 

การปฏิบัติธรรมมี ๓ อัน อันแรก เราต้องรักษาศีล ๕ ข้อไว้ อันที่สอง คือการทำในรูปแบบ อันที่สาม คือการทำในชีวิตประจำวัน ต้องทำ

ครูบาอาจารย์ท่านสอน หัวใจของการปฏิบัติ คือ การปฏิบัติในชีวิตประจำวัน เพราะว่าชีวิตส่วนใหญ่ของเราอยู่ธรรมดานี่เอง เราไม่ได้นั่งเข้าฌานอยู่ที่ไหนเมื่อไร วันๆ หนึ่งจะทำสมาธิ เดินจงกรมได้สักเท่าไร โดยเฉพาะฆราวาส ทำได้ไม่มาก ชีวิตส่วนใหญ่เราอยู่กับโลกธรรมดานี่เอง

ถ้าเราสามารถหลอมรวมการปฏิบัติเข้าในชีวิตธรรมดาของเรานี้ได้ เราก็จะไปได้เร็วมาก ไม่แพ้พระ ในขั้นต้นๆ โสดาฯ สกาทาคาฯ ฆราวาสไม่แพ้พระหรอกในเรื่องของความเร็ว ถ้ารู้หลักของการปฏิบัติ แล้วตั้งใจปฏิบัติจริงๆ อาจจะเร็วกว่าพระด้วยซ้ำไป”

พระธรรมเทศนาหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช แผ่นที่ ๗๘ วันที่ ๗ ตุลาคม ๒๕๖๑ (ไฟล์ 611007A)

 

ธรรมะหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ช่วงส่งการบ้าน

 

เป็นคนรักกายมาก แต่ดูกายแล้วไม่มีความสุข ใจมันเฉย ไม่สดชื่น พอมาดูจิต ใจตื่นเบิกบาน

มีปัญญาแก่กล้า ดูกายแล้วจืดๆ เฉยๆ ถ้าดูจิตมันโลดโผน ทำงานสารพัด ดูจิตก็ได้ แต่ไม่ทิ้งสมาธิ ถ้าทิ้งสมาธิแล้วจะดูจิตไม่ได้จริง จิตมันจะไปว่างๆ อยู่ข้างนอก ฉะนั้นเราก็อยู่กับกรรมฐานของเราไป หายใจไป พุทโธไป จิตฟุ้งซ่านก็รู้ จิตสงบก็รู้ จิตหนีไปก็รู้ ถ้าจิตไม่มีที่อยู่ มันหนีไปเราไม่รู้หรอกว่ามันหนี แต่ถ้าจิตมันมีฐานที่มั่นอยู่ พอมันหลุดออกจากที่มั่นของมัน เราจะรู้ว่ามันเคลื่อนไปแล้ว เพราะฉะนั้นการที่เรามีวิหารธรรมเป็นเรื่องจำเป็น ถ้าไม่จำเป็นพระพุทธเจ้าไม่สอนหรอก ในสติปัฏฐาน 4 ตัวแรกเลยที่ท่านสอนคือการมีวิหารธรรม ให้ใช้กายในกายเป็นวิหารธรรม เวทนาในเวทนาเป็นวิหารธรรม เริ่มต้นก็คือต้องมีวิหารธรรมก่อน ... อ่านต่อ

ภาวนาโดยดูร่างกายที่หายใจและใจที่หลงคิด รู้สึกยังไม่ค่อยพัฒนา

ภาวนาที่ปฏิบัติมีสติ มีสมาธิ ลงมือปฏิบัติอะไรนั้นก็ดีทั้งสิ้น ค่อยๆ สะสมไป แต่ว่าเราอย่าโลภ ภาวนาถือว่าเราปฏิบัติบูชาพระพุทธเจ้า ไม่ได้หวังผลว่าจะต้องได้อันนั้น จะต้องได้อันนี้ จะต้องได้เมื่อนั้นเมื่อนี้ภาวนาแบบไม่หวังผล ถึงเวลาสงบ ถึงเวลาควรสงบก็ทำความสงบ ถึงเวลาควรเจริญปัญญาดูความจริงของกายของใจ ก็เจริญปัญญาไป ไม่ได้คาดหวังว่าจะได้อะไรเมื่อไร ... อ่านต่อ

ก้าวหน้าขึ้นเรื่อยๆ ตามลำดับ แต่2-3 เดือนนี้ฟุ้งซ่านเยอะ และถูกอารมณ์ครอบงำง่าย

เราอยู่กับปัจจุบันจริงๆ ร่างกายเรานั่งอยู่นี่ ไม่เห็นจะถูกใครทำร้าย ร่างกายหายใจอยู่นี่ ก็ไม่มีใครมาทำร้าย จิตใจก็ไม่เห็นจะต้องทุกข์ร้อนอะไร มีชีวิตอยู่กับปัจจุบัน เพราะมีความสุขอยู่ในปัจจุบัน พอเราไปเสพข่าวมากๆ ใจเราเศร้าหมอง ถ้าเสพข่าว 3 เดือนก็เศร้าหมอง 3 เดือน ฉะนั้นเสพเท่าที่จำเป็น ดูข่าวเท่าที่จำเป็น ข่าวลือข่าวอะไรก็อย่าไปสนใจมัน เอาข่าวที่มันเป็นทางการจริงๆ ที่ภาวนาอยู่ใช้ได้ ภาวนาอยู่ดี ขันธ์มันแยกได้ชัดเจนดี เราอย่าไปยุ่งกับโลก เราคอยดูของเราไป ฉวยโอกาสตอนนี้ยุ่งกับคนอื่นน้อยๆ ดูตัวเองเยอะๆ ... อ่านต่อ

เป็นคนโกรธง่าย เซลฟ์จัด ขาดความเมตตา ฟุ้งซ่านมาก พยายามรักษาศีลและฝึกตนมา 6 ปีแล้ว ดูเหมือนว่ามันไม่ลดลงกลับจะเพิ่มขึ้น

เราไม่จำเป็นต้องทำกรรมฐานแบบจะไปดูจิตดูใจอะไรอย่างเดียว รู้สึกร่างกายไว้ ดูไปสิ ร่างกายไม่เคยโกรธเลย ความโกรธเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่แทรกเข้ามา รู้สึกกายบ่อยๆ แล้วจะเห็นร่างกายเป็นวัตถุธาตุ ไม่ใช่ตัวเรา ความโกรธก็ไม่ใช่ตัวเรา ความโกรธไม่ใช่ร่างกายด้วย ความโกรธไม่ใช่จิตใจด้วย ค่อยๆ แยกๆๆ ไป แล้วก็เจริญเมตตาให้เยอะหน่อย วิธีเจริญเมตตาไม่ใช่นั่งท่อง วิธีเจริญเมตตาก็คือหัดเอาใจเขามาใส่ใจเรา อย่างเราโกรธใครเกลียดใคร เราลองสมมติตัวเองว่าถ้าเราเป็นเขา อยู่ในสถานการณ์อย่างเขา ในเงื่อนไข ในข้อจำกัดอย่างเขา เราจะคิดเหมือนเขาไหม บางทีเราคิดเหมือนกัน เราก็จะทำอย่างที่สิ่งที่เราไปว่าคนอื่นเขานั่นล่ะ พอเราเข้าใจ เกิดความเข้าใจแล้ว โทสะมันจะหาย ... อ่านต่อ

ในเวลาทำงานที่ต้องเจอผู้คนหรือมีผัสสะมากระทบ ยังไหลไปคลุกกับอารมณ์บ่อยๆ

เวลาทำงานต้องยุ่งกับคน จิตมันก็ต้องออกนอก ต้องไปดูเขา ต้องไปคุยกับเขา ต้องคิด ตอนนั้นเป็นเวลาทำงาน เป็นเวลาทำมาหากิน ไม่ใช่เวลาปฏิบัติ เวลาที่เหลือจากการทำงานกับการนอนหลับนั่นล่ะเป็นเวลาปฏิบัติ พยายามหายใจไป พุทโธไปเรื่อยๆ จิตสงบก็รู้ จิตฟุ้งซ่านก็รู้ หายใจไป พุทโธไป ไม่ใช่เพื่อบังคับให้จิตนิ่ง ไม่บังคับหรอก หายใจไปแล้วจิตเป็นอย่างไร ก็รู้ว่าเป็นอย่างนั้นไปเรื่อย ต่อไปสติปัญญามันแก่กล้า มันก็จะรู้เลย ร่างกายที่หายใจอยู่ไม่ใช่ตัวเรา จิตใจที่เดี๋ยวก็เป็นผู้รู้ เดี๋ยวก็เป็นผู้หลงอะไรอย่างนี้ ก็ไม่ใช่ตัวเรา ตัวเราไม่มี ตัวเราไม่มี ก็ไม่มีที่ตั้งของความทุกข์แล้ว ความทุกข์มันก็อยู่ที่กายที่ใจ กายไม่ใช่เรา ใครทุกข์ กายมันทุกข์ ใจไม่ใช่เรา ใครมันทุกข์ ใจมันทุกข์ ไม่ใช่เรา ... อ่านต่อ

ปฏิบัติบูชา

การภาวนาไม่ต้องกลัวหรอก ทำไปเถอะ ปฏิบัติให้สม่ำเสมอทุกวันๆ แล้วก็สังเกตใจของเราไป ที่เราปฏิบัติอยู่นี่ เราทำด้วยความโลภไหม ถ้าโลภเราก็อยากได้ผลเยอะๆ อยากได้ผลเร็วๆ อยากทีไรก็ทุกข์ทุกที ฉะนั้นเราก็ปรับใจใหม่ เราไม่ได้ปฏิบัติเพื่อเอาอะไร แต่ปฏิบัติเป็นพุทธบูชาไปเท่านั้นเอง เหมือนเราจัดดอกไม้บูชาพระไม่ได้หวังว่าจะต้องได้อะไร ฉะนั้นปฏิบัติไม่คาดหวังว่าจะได้อะไร ทำให้สม่ำเสมอทุกวันๆ ... อ่านต่อ

บางทีเห็นสิ่งที่ถูกรู้ไม่ใช่เรา จิตยังไม่เป็นกลาง

ในขั้นของการปฏิบัติ ในขั้นที่เรายังเจริญปัญญาอยู่ เราจำเป็นต้องมีผู้รู้เพื่อตัดชีวิตเราให้ขาดเป็นช่วงๆ ไม่ใช่เป็นผู้หลงอันเดียว ตั้งแต่เกิดจนตาย แต่มันจะเกิดดับๆๆ ตัวรู้ทำให้จิตมันขาดช่วงจากจิตหลง มีจิตรู้ปุ๊บ จิตหลงดับอะไรอย่างนี้ หรือมีจิตรู้ขึ้นมา จิตโกรธก็ดับ จะเห็นจิตขาดช่วงไปเรื่อยๆ สุดท้ายมันก็จะเห็นว่าจิตทั้งหมด กระทั่งตัวจิตผู้รู้ก็ไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา ต้องเห็นมาถึงตรงนี้ ถึงจะผ่านไปวางจิตได้ ... อ่านต่อ

จิตเฉยกับโลกมากขึ้น รู้ทันสภาวะอารมณ์มากขึ้น แต่ยังต่อสู้กับกิเลสแรงๆ ไม่ได้

เฉยมีหลายเฉยนะ เฉยเพราะปัญญาก็มี เฉยเพราะติดนิ่งก็มี ให้จิตทำงานเห็นไตรลักษณ์ของรูปของนาม แล้วจิตมันเป็นกลาง มันนิ่ง มันเฉย ด้วยความเป็นกลาง ด้วยสติ ด้วยปัญญา อันนี้ใช้ได้ แต่ไม่ใช่ภาวนาแล้วเราไปแต่งจิตให้มันนิ่งๆ ซึมๆ ไป อย่างนั้นไม่ดี ภาวนาแล้วไม่ปรุงแต่งจิต แต่ภาวนาแล้วรู้ทันจิตถึงจะใช้ได้ ไปแต่งจิตให้ซึมแล้วคิดว่าดี ที่แท้เราไปปรุงแต่งจิต เราไม่ได้รู้ทันความปรุงแต่งของจิต เราไปปรุงแต่งจิตเสียเอง 2 อันนี้ไม่เหมือนกันต้องระวัง ฉะนั้นจิตที่ดี คือจิตที่เราไม่ได้ปรุงแต่งมัน แล้วเรารู้จิตนั้นอย่างที่มันเป็นไป การที่เรามีวิหารธรรม จิตสงบของจิตเอง ไม่ใช่เราจงใจแต่งให้สงบ ... อ่านต่อ

รู้สึกร่างกายจิตใจอารมณ์ที่เกิดขึ้นเป็นคนละส่วนกัน รู้สึกจิตที่ไหลไปคิดทำให้เกิดทุกข์

เวลาเราทำสมาธิแล้วเราดูจิตใจ เราไปแต่งจิตให้มันนิ่งๆ จะซึมๆ เห็นอะไรไหวๆ เรานึกว่าเดินปัญญา ที่จริงจิตไม่มีกำลังพอ เพราะฉะนั้นเวลานั่ง นั่งรู้สึก ไม่นั่งแล้วแต่งจิตให้เคลิ้ม ไม่ต้องไปแต่งให้มันเบลอๆ ลงไป ตรงนั้นไม่ดี ตรงนั้นจะทำให้โมหะของเราเยอะขึ้น แล้วเรานึกว่าเราเดินปัญญาอยู่ เห็นโน้นเห็นนี้วอบแวบๆ จิตไม่มีแรงที่จะละกิเลสหรอก ฉะนั้นเรื่องสมาธิเป็นเรื่องใหญ่ เราเรียนรู้เท่าทันจิตใจของเรา สมาธิที่ถูกมันจะเกิด ใช้จิตปกติไปรู้อารมณ์ ใช้จิตที่ปกติที่สุดเลย เราจะไม่ปล่อยจิตให้มันไหลลงไปอย่างนั้น เดี๋ยวมันเคยตัว เคยตัวแล้วต้องนั่งแก้ ... อ่านต่อ

เอามีดทื่อไปฟันต้นไม้

ที่ดูจิตเดี๋ยวก็รู้ เดี๋ยวก็หลง ปัญญามันจะเกิด ถ้าเราไม่มีสมาธิพอ เราเจริญปัญญาไป ครูบาอาจารย์ท่านเปรียบเทียบ เหมือนเรามีมีดทื่อๆ อยู่เล่มหนึ่ง เราเอาไปผ่าฟืน ไปตัดต้นไม้ แป๊กๆๆ ไม่เข้าหรอก เราก็ต้องหยุดลับมีดก่อน การลับมีดก็คือการทำสมาธิ พอจิตเรามีสมาธิ มันเหมือนเรามีมีดคมๆ ฟันฉับเดียวขาดเลย ฉะนั้นถ้าเราเดินปัญญารวดไปเลย เหมือนเอามีดทื่อไปฟันต้นไม้ ไม่มีประโยชน์อะไร เหนื่อยเปล่า เดินปัญญาก็ต้องรู้จักพักบ้าง เดินปัญญาอย่างเดียวมันจะฟุ้งซ่าน ... อ่านต่อ

 

 

ประกาศวัดสวนสันติธรรม 9 กรกฎาคม 2564

(ลงวันที่ 9 กรกฎาคม 2564)

ตามที่ศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) มีมติให้ยกระดับมาตรการป้องกันโรคโควิด-19 โดยให้จำกัดการเดินทางจากพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด เริ่มตั้งแต่วันที่ 10 กรกฎาคม 2564 เป็นต้นไป เพื่อควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดในช่วงนี้ ทางวัดสวนสันติธรรมเห็นสมควรตอบสนองแนวทางดำเนินงานของทางราชการ ดังนี้

1. ยกเลิกการเข้าฟังธรรมในศาลาใหญ่ตามที่มีการจองมาในเดือนกรกฎาคม 2564 ทั้งหมด โดยทางวัดสวนสันติธรรมจะจัดให้มีการไลฟ์สดการแสดงธรรมของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ทุกวันเสาร์และอาทิตย์ เวลา 9.00 – 10.00 น. ผ่านช่องทาง YouTube: Youtube.com/dhammadotcom และ Facebook: Dhamma.com

2. ขอความร่วมมือพระภิกษุ สามเณร อุบาสก อุบาสิกา ให้งดเดินทางไปวัดสวนสันติธรรม ยกเว้นกรณีผู้ใดประสงค์จะถวายทานต่างๆ ให้กระทำได้ดังนี้

2.1 การถวายอาหาร ให้นำไปมอบให้ผู้ปฏิบัติงานของวัดที่โรงอาหาร 1 ก่อนเวลา 7.45 น. แล้วผู้ปฏิบัติงานจะจัดและนำถวายอาหารต่อสงฆ์ให้เอง
2.2 การถวายอาหารแห้ง และเครื่องใช้อื่นๆ ให้นำไปวางไว้ที่โต๊ะที่ทางวัดจัดเตรียมไว้รับของถวาย ณ โรงอาหาร 1 ก่อนเวลา 10.00 น.
2.3 การถวายปัจจัย กระทำได้ 2 วิธีคือ

2.3.1 การโอนเข้าบัญชีธนาคาร ดังนี้

– ปัจจัยบำรุงวัด ชื่อบัญชี “วัดสวนสันติธรรม ธนาคารกสิกรไทย สาขาศรีราชา เลขที่ 172-2-56042-4” หรือท่านใดต้องการหลักฐานไว้ลดหย่อนภาษี กรุณาโอนผ่าน QR Code บัญชีวัดสวนสันติธรรม ตามลิงค์นี้ https://content.dhamma.com/wp-content/uploads/QR-WatSuansantidham.jpg

– ปัจจัยสร้างอุโบสถ ชื่อบัญชี “วัดสวนสันติธรรมเพื่อสร้างอุโบสถ ธนาคารกสิกรไทย สาขาศรีราชา เลขที่ 172-2-56046-7” หรือท่านใดต้องการหลักฐานไว้ลดหย่อนภาษี กรุณาโอนผ่าน QR Code บัญชีวัดสวนสันติธรรมเพื่อสร้างอุโบสถ ตามลิงค์นี้ https://content.dhamma.com/wp-content/uploads/QR-WatSuansantidham-for-Monastery.jpg

– มูลนิธิสื่อธรรม ชื่อบัญชี “มูลนิธิสื่อธรรม หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ธนาคารกสิกรไทย สาขาถนนจันทน์ เลขที่ 715-2-68288-8” หรือโอนผ่าน QR Code มูลนิธิสื่อธรรมหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ตามลิงค์นี้ https://content.dhamma.com/wp-content/uploads/QR-LPTF.jpg

– ปัจจัยถวายพระสงฆ์ ชื่อบัญชี “น.ส.ชยาทร เตชะไพบูลย์ เพื่อบำรุงสงฆ์วัดสวนสันติธรรม ธนาคารกสิกรไทย สาขาโรบินสัน ศรีราชา เลขที่ 042-8-70242-5”
กรณีผู้ถวายมีเจตนาจะถวายโดยเจาะจงต่อพระภิกษุรูปใดรูปหนึ่ง เมื่อโอนปัจจัยเข้าบัญชีแล้ว ขอให้แจ้งเจตนารมณ์ให้ไวยาวัจกรทราบ ทางโทรศัพท์หมายเลข 096-9356359 หรือ Line ID: mediafoundation

2.3.2 การถวายเงินสด ผู้ปฏิบัติงานจะนำผู้บริจาคไปที่ศาลาใหญ่ แล้วรับปัจจัยไปหยอดตู้ให้ต่อหน้าผู้บริจาค แต่กรณีเป็นการบริจาคที่เจาะจงพระภิกษุองค์ใดองค์หนึ่ง ผู้ปฏิบัติงานจะนำซองมาให้ผู้บริจาคเขียนชื่อพระภิกษุรูปนั้นพร้อมบรรจุเงิน แล้วผู้ปฏิบัติงานจะรับซองไปหยอดตู้ให้ต่อหน้าผู้บริจาค

 

3. วัดสวนสันติธรรมขอสงวนศาลาใหญ่ เขตที่พักโยม เขตสงฆ์ และเขตอุบาสิกา เป็นพื้นที่เฉพาะบุคคลภายใน

4. โปรดงดการขอเข้าพบหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ในทุกกรณี

 

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 9 กรกฎาคม 2564 เป็นต้นไป จนกว่าจะมีประกาศเปลี่ยนแปลง

วัดสวนสันติธรรมขออนุโมทนาทุกท่าน ที่ให้ความร่วมมือด้วยดีมาโดยตลอด

 

ประกาศวัดสวนสันติธรรม 19 มิถุนายน 2564

(ลงวันที่ 19 มิถุนายน 2564)

ตามที่วัดสวนสันติธรรม ได้ขอความร่วมมือจากพระภิกษุ สามเณร อุบาสก และอุบาสิกา ให้งดเดินทางเข้าไปยังวัดสวนสันติธรรมเป็นการชั่วคราว เพื่อตอบสนองต่อมาตรการป้องกันแก้ไขปัญหาโรคระบาดของทางราชการ ตั้งแต่วันที่ 20 ธันวาคม 2563 เป็นต้นมานั้น

ขณะนี้ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) ได้ปรับและผ่อนคลายมาตรการตามระดับของสถานการณ์พื้นที่ในจังหวัดชลบุรี วัดสวนสันติธรรมจึงขอผ่อนปรนแนวทางดำเนินงาน ดังนี้

1. เปิดโอกาสให้อุบาสกและอุบาสิกาจองเข้าไปฟังธรรม ณ วัดสวนสันติธรรมได้ ในเดือนกรกฎาคม 2564 ตามวันที่หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช แสดงธรรม ซึ่งจะประกาศให้ทราบทางปฏิทินธรรมของ Dhamma.com โดยจำกัดจำนวนให้สาธุชนเข้าไปฟังธรรมในศาลาใหญ่ได้วันละ 50 คน เพื่อการเว้นระยะห่างของบุคคลตามคำแนะนำของทางราชการ และจะจัดให้มีการไลฟ์สดให้ฟังธรรมได้ที่บ้านด้วย

ทั้งนี้วัดสวนสันติธรรมยังไม่สามารถเปิดให้สาธุชนเข้าฟังธรรมในบริเวณด้านนอกศาลาใหญ่และบริเวณโรงอาหาร 1 – 2 ได้ และยังไม่สามารถเปิดให้เข้าฟังธรรมเป็นหมู่คณะ ไม่ว่าจะเป็นองค์กร เช่น โรงเรียน บริษัท หรือกลุ่มชมรมต่างๆ รวมทั้งคอร์ส และกลุ่มรถตู้ธรรมทานต่างๆ เป็นต้น ดังนั้นจึงต้องขอให้ท่านที่ไม่ได้รับสิทธิ์เข้าฟังธรรมจากการจอง โปรดงดการเดินทางเข้าไปยังวัดสวนสันติธรรม

บุคคลที่ขอสมัครเข้าฟังธรรมจำเป็นต้องมีคุณสมบัติเบื้องต้นดังนี้

  • ได้รับวัคซีนซิโนแวคครบ 2 เข็ม และนับรวมระยะเวลาอีก 14 วัน หลังจากฉีดเข็มที่สองแล้วในวันที่เข้าฟังธรรม (เช่น ฉีดวัคซีนซิโนแวคเข็มที่สอง ในวันที่ 19 มิถุนายน 2564 นับรวมเวลาอีก 14 วัน จึงเข้าฟังธรรมในวันที่ 3 กรกฎาคมได้)
  • ได้รับวัคซีนแอสตราเซเนกา 1 เข็ม และนับรวมระยะเวลาอีก 1 เดือนหลังจากฉีดเข็มแรกแล้วในวันที่เข้าฟังธรรม (เช่น ฉีดวัคซีนแอสตราเซเนกาเข็มแรก ในวันที่ 3 มิถุนายน 2564 นับรวมเวลาอีก 1 เดือน จึงเข้าฟังธรรมในวันที่ 3 กรกฎาคมได้)
  • ทุกท่านต้องแสดงใบรับรองการฉีดวัคซีนตอนกรอกใบสมัครขอเข้าฟังธรรม

2. หลวงพ่อปราโมทย์จะแสดงธรรมในช่วงเวลาประมาณ 9.00 – 10.00 น. และจะเปิดให้ผู้ที่ได้รับสิทธิ์จากการจองทยอยเข้าศาลาได้ตั้งแต่เวลา 8.30 น. โดยมีขั้นตอนดังนี้

2.1 ตรวจวัดอุณหภูมิของร่างกาย สแกนคิวอาร์โค้ตเพื่อเช็คอิน ทันทีที่เดินทางมาถึงวัด
2.2 เมื่อถึงเวลาลงทะเบียน แสดงบัตรประจำตัวประชาชน เพื่อตรวจสอบความถูกต้องตามบัญชีรายชื่อที่จองไว้
2.3 ติดสติกเกอร์ที่ได้รับที่ด้านหน้าของหัวไหล่ซ้าย
2.4 รับเจลทำความสะอาดมือ
2.5 เข้านั่งเก้าอี้ในศาลาในที่ที่ทางวัดจัดไว้ให้ตามหมายเลขการลงทะเบียนของตนเอง งดการลงกราบกับพื้น
2.6 ปิดเสียงโทรศัพท์ และงดการถ่ายภาพหรือคลิปวิดีโอใดๆ

ทั้งนี้ผู้ปฏิบัติงานของวัด จะปิดประตูศาลาในเวลา 9.00 น.ตรง และจะเปิดให้คนในศาลาที่มีความจำเป็น ออกไปก่อนจบการฟังธรรมได้ แต่จะไม่เปิดรับท่านที่มาสายหรือท่านที่ออกจากศาลาไปแล้วให้เข้าศาลาอีก ดังนั้นจึงขอให้ท่านตรงต่อเวลาด้วย เพื่อไม่ให้รบกวนการฟังธรรมของผู้อื่น

3. กรณีต้องการส่งการบ้าน ให้กรอกในใบสมัครว่าต้องการส่งการบ้าน ในวันฟังธรรมจะมีการจับฉลากคัดเลือกผู้จะได้ส่งการบ้านในเวลา 8.20 น. เมื่อได้รับสิทธิ์ให้ท่านเขียนสรุปประเด็นที่จะส่งการบ้านมอบให้ผู้ปฏิบัติงานของวัด เพื่อนำไปอ่านให้หลวงพ่อฟังทีละคน ทั้งนี้จะไม่มีการส่งไมโครโฟนให้แต่ละท่านถามด้วยตนเอง เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดที่อาจจะเกิดขึ้นจากการใช้ไมโครโฟนร่วมกัน

4. หลังจบการแสดงธรรมของหลวงพ่อปราโมทย์

4.1 ไม่มีการแยกกลุ่มย่อยเพื่อสนทนาธรรมกับผู้ช่วยสอน เพื่อป้องกันปัญหาการคลุกคลีเป็นกลุ่มที่จะเกิดขึ้น
4.2 สแกนคิวอาร์โค้ตเพื่อเช็คเอาท์
4.3 กลับออกจากวัดในโอกาสแรกที่ทำได้ เพื่อทีมงานของวัดจะได้ทำความสะอาดศาลา และสถานที่อื่นๆ โดยเร็ว

5. วัดสวนสันติธรรมจำเป็นต้องจำกัดการให้บริการอาหาร ณ โรงอาหาร เพื่อไม่ให้เกิดการเบียดเสียดตักอาหาร และการนั่งรับประทานอาหารร่วมกัน จึงขอให้ทุกท่านที่ไปฟังธรรม โปรดรับประทานอาหารรองท้องไปก่อน หรือเตรียมอาหาร พร้อมทั้งภาชนะ ช้อน และน้ำดื่มของท่านไปเอง เพื่อกระจายตัวกันรับประทานอาหารในพื้นที่ว่าง หรือในรถของท่าน และเมื่อรับประทานเสร็จแล้ว โปรดเก็บภาชนะและอุปกรณ์ต่างๆ กลับมาทำความสะอาดที่บ้านของท่าน

อย่างไรก็ตาม ในกรณีที่ท่านมีความจำเป็นเร่งด่วนจะต้องรับประทานอาหารและไม่ได้เตรียมมาด้วยตนเอง ผู้ปฏิบัติงานของวัดจะตักอาหารให้ท่าน โดยท่านไม่มีสิทธิ์เลือกอาหารตามใจชอบ เพื่อความรวดเร็วในการให้บริการ ทั้งนี้ขอให้การปฏิบัติตามมาตรการนี้เป็นทางเลือกสุดท้าย ในกรณีที่ไม่สามารถรับประทานอาหารมาก่อน หรือเตรียมอาหารมารับประทานเองได้แล้วเท่านั้น

6. การใช้ห้องน้ำไม่ควรเบียดเสียดกัน ควรคำนึงถึงการเว้นระยะห่างของบุคคลอยู่เสมอ เมื่อใช้ห้องน้ำแล้ว ให้รีบล้างมือ ทั้งนี้ทางวัดจะจัดเตรียม เจลทำความสะอาดมือ หรือสบู่ล้างมือไว้ให้

7. ขอความร่วมมือทุกท่าน สวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลาที่อยู่ในวัด และโปรดงดการทิ้งขยะในวัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งขยะติดเชื้อ เช่น หน้ากาก ทิชชู และเศษอาหาร

8. วัดสวนสันติธรรมต้องกราบขออภัยต่อพระภิกษุ สามเณร ที่ยังไม่มีสถานที่ที่เหมาะสมเพียงพอ ที่จะรับรองท่านได้ในช่วงนี้

9. หลวงพ่อปราโมทย์ยังคงงดรับนิมนต์แสดงธรรมนอกสถานที่ และโปรดงดการขอเข้าพบหลวงพ่อปราโมทย์เป็นกรณีพิเศษด้วย

10. กรณีผู้ใดประสงค์จะถวายทานต่างๆ ให้กระทำได้ดังนี้

10.1 การถวายอาหาร ให้นำไปมอบให้ผู้ปฏิบัติงานของวัดที่โรงอาหาร 1 ก่อนเวลา 7.30 น. แล้วผู้ปฏิบัติงานจะจัดและนำถวายอาหารต่อสงฆ์ให้เอง
10.2 การถวายอาหารแห้ง และเครื่องใช้อื่นๆ ให้นำไปวางไว้ที่โต๊ะที่ทางวัดจัดเตรียมไว้รับของถวาย ณ โรงอาหาร 1 ก่อนเวลา 10.00 น.

 

มาตรการทั้งหลายนี้เป็นมาตรการชั่วคราว โดยทางวัดจะปรับเปลี่ยนหรือยกเลิกได้ตลอดเวลา เพื่อให้สอดคล้องกับมาตรการในแต่ละช่วงเวลาของทางราชการต่อไป ทั้งนี้เพื่อประโยชน์ของแต่ละท่าน และต่อส่วนรวมของชาติบ้านเมืองเป็นสำคัญ