หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช

มีสติ รู้กาย รู้ใจ ตามความเป็นจริง ด้วยจิตที่ตั้งมั่นและเป็นกลาง

หลักของการปฏิบัติที่จะให้เกิดสติปัญญาแท้ๆ เกิดมรรคเกิดผลได้ มีไม่มากหรอก จำหลักสั้นๆ ไว้
ให้เรามีสติ รู้กาย รู้ใจ ตามความเป็นจริง ด้วยจิตที่ตั้งมั่นและเป็นกลาง
หลวงพ่อไปรวบรวมหลักของการทำวิปัสสนากรรมฐาน ย่อลงมาเหลือเท่านี้เอง
ถ้าพูดให้ถูกๆ ก็มีสติรู้รูป รู้นาม ตามความเป็นจริง ด้วยจิตที่ตั้งมั่นและเป็นกลาง
รูปธรรม นามธรรมนั่นเอง
เรียนรู้รูปธรรมนามธรรมที่ประกอบกันเป็นตัวเรา

ส่วนหนึ่งของพระธรรมเทศนา หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วันที่ ๑๐ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๓
จากซีดีแสดงธรรม ณ วัดสวนสันติธรรม แผ่นที่ ๓๗ ไฟล์ 531010A

 

ถอดความพระธรรมเทศนาหลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช

เรียนรู้ทุกข์จนพ้นทุกข์
13 กันยายน 2569

เรียนรู้ทุกข์จนพ้นทุกข์

เราภาวนาเพื่อให้เห็นทุกข์ เพื่อให้เห็นความจริง สัจจะความจริงของร่างกายจิตใจเรา เรียนรู้ลงไปทั้งรูปธรรมทั้งนามธรรม ในความเป็นจริงแล้วคือก้อนทุกข์ มีเหตุก็เกิด หมดเหตุก็ดับ บังคับไม่ได้ ตัวมันนั่นล่ะเป็นตัวทุกข์ ถ้าเห็นอย่างนี้เราจะละสมุทัยได้เด็ดขาด ไ ... อ่านต่อ
สิ่งที่เหนือดวงคือกรรม
12 กันยายน 2569

สิ่งที่เหนือดวงคือกรรม

สิ่งที่เหนือดวงมีอยู่คือกรรม ดวงวิเศษแค่ไหน สิ่งที่เหนือมันก็คือกรรม ทำกรรมอันใดไว้ เป็นบุญหรือเป็นบาป อย่างไรก็ต้องได้รับผล การให้ผลของกรรม มันก็มีให้ในปัจจุบัน ให้ในชาติถัดไป ในชาติต่อๆ ไป กรรมบางอย่างก็เลิกให้ผลแล้ว อย่างอโหสิกรรม กิเลสไม่เข้าใครอ ... อ่านต่อ
รูปธรรมนามธรรมเป็นไตรลักษณ์
5 กันยายน 2569

รูปธรรมนามธรรมเป็นไตรลักษณ์

การปฏิบัติ เบื้องต้นฝึกให้มีสติ เมื่อเรามีสติที่ถูกต้อง สัมมาสมาธิเกิด การเจริญปัญญาเกิด เบื้องปลายของการทำสติปัฏฐาน ก็คือเราจะเกิดปัญญา จะรู้แจ้งเห็นจริง ว่ารูปธรรมนามธรรมทั้งหลายแหล่ ล้วนแต่ตกอยู่ใต้ไตรลักษณ์ทั้งสิ้น เมื่อเราสามารถเห็นความจริงถึงระ ... อ่านต่อ
ใจยอมรับความจริงได้ก็ไม่ทุกข์
31 สิงหาคม 2569

ใจยอมรับความจริงได้ก็ไม่ทุกข์

อยู่กับโลกต้องอดทน แล้วปัญหาทุกอย่างกระทั่งความสุขก็เป็นของชั่วคราว ถ้าใจเรายอมรับได้ เราไม่ทุกข์หรอก ที่เราทุกข์เพราะเรายอมรับไม่ได้ ยอมรับความจริงไม่ได้ อย่างเรายอมรับไม่ได้ว่าเราจะต้องแก่ ต้องเจ็บ ต้องตาย ต้องพลัดพรากจากคนที่เรารักอะไรอย่างนี้ ยอม ... อ่านต่อ
บุญจากการภาวนา
28 สิงหาคม 2569

บุญจากการภาวนา

การที่เราไปปิดทอง ไปฝังลูกนิมิตอะไรนี้ อย่างมากที่สุดเราก็ได้ไปเป็นเทวดา คนทั่วไปเขาบอกเป็นเทวดาก็ดี ก็ดีสิ แต่มันมีดียิ่งกว่านั้นอีก ถ้าเราหัดทำสมาธิได้ จิตเราสงบ แล้วไปเป็นพรหมได้ สูงกว่าเทวดา จิตประณีตกว่า ถ้าเราภาวนาได้ดีจริงๆ เลย เราเข้าถึงมรรคผ ... อ่านต่อ
รู้สึกตัวเพื่อเห็นความจริงของกายของใจ
23 สิงหาคม 2569

รู้สึกตัวเพื่อเห็นความจริงของกายของใจ

จุดสำคัญหัวใจสำคัญของการปฏิบัติเริ่มต้นด้วยต้องรู้สึกตัว ฉะนั้นเราทำกรรมฐานเพื่อให้รู้สึกตัว พอเรารู้สึกตัวได้แล้วเราเห็นจิตมันหลงไป หรือจิตมันถลำลงไปเพ่ง เห็นหลายๆ ที จิตมันจำการที่ถลำลงไปได้ จำการเพ่งได้ ต่อไปพอถลำไปคิดเรื่องอื่นปุ๊บ สติเกิดเองเลย ... อ่านต่อ
เรียนรู้ทุกข์ผ่านขันธ์ 5
2 สิงหาคม 2569

เรียนรู้ทุกข์ผ่านขันธ์ 5

สิ่งที่เรียกว่าทุกข์ก็คือขันธ์ของเราที่เรามีอยู่ ให้รู้สึกที่ร่างกาย ให้รู้สึกที่ความรู้สึกสุขทุกข์ รู้สึกที่ความจำ จำรูป จำเสียง จำกลิ่น จำรสอะไรได้ จำเรื่องราวได้อย่างนี้นี่คือสัญญา หรือรู้ที่ความปรุงดีปรุงชั่ว โลภ โกรธ หลง หรือจิตมีศรัทธา มีวิริยะ ... อ่านต่อ
แบบฝึกหัดซ้อมดูจิตเคลื่อน
1 สิงหาคม 2569

แบบฝึกหัดซ้อมดูจิตเคลื่อน

ถ้ายังเห็นไม่ได้ว่าจิตไหลไปทางตา ทางหู จมูก ลิ้น กาย ใจ ดูไม่เป็น ดูไม่ออกก็ฝึกซ้อม มีแบบฝึกหัดสำหรับฝึกซ้อม ก็คือจงใจกำหนดจิตไปยังส่วนต่างๆ ของร่างกาย เช่น กำหนดจิตไปที่ผมเรา ผมไม่มีจะจับแล้วด้วย เรามีนิดเดียว กำหนดจิตไว้ที่ผม ดูไปเรื่อยๆ จนกระทั่งค ... อ่านต่อ
ธรรมะของฆราวาส
30 กรกฎาคม 2569

ธรรมะของฆราวาส

ลองทำจนให้เคยชิน เบื้องต้นรักษาศีล 5 ไว้ ช่วยให้เราสงบง่าย แล้วก็สังเกตตัวเอง เราอยู่กับกรรมฐานชนิดไหนแล้วสบายใจ อย่างบางคนเดิน ได้เดินจงกรมแล้วสบายใจ ก็เดิน บางคนรู้สึกร่างกายเคลื่อนไหวทำงาน บางคนตัดหญ้า บางคนกวาดบ้านถูบ้าน กวาดไปถูไป ถ้าขี้เกียจก็ไ ... อ่านต่อ

 

“การปฏิบัติธรรมมี ๓ อัน อันแรก เราต้องรักษาศีล ๕ ข้อไว้ อันที่สอง คือการทำในรูปแบบ อันที่สาม คือการทำในชีวิตประจำวัน ต้องทำ

ครูบาอาจารย์ท่านสอน หัวใจของการปฏิบัติ คือ การปฏิบัติในชีวิตประจำวัน เพราะว่าชีวิตส่วนใหญ่ของเราอยู่ธรรมดานี่เอง เราไม่ได้นั่งเข้าฌานอยู่ที่ไหนเมื่อไร วันๆ หนึ่งจะทำสมาธิ เดินจงกรมได้สักเท่าไร โดยเฉพาะฆราวาส ทำได้ไม่มาก ชีวิตส่วนใหญ่เราอยู่กับโลกธรรมดานี่เอง

ถ้าเราสามารถหลอมรวมการปฏิบัติเข้าในชีวิตธรรมดาของเรานี้ได้ เราก็จะไปได้เร็วมาก ไม่แพ้พระ ในขั้นต้นๆ โสดาฯ สกาทาคาฯ ฆราวาสไม่แพ้พระหรอกในเรื่องของความเร็ว ถ้ารู้หลักของการปฏิบัติ แล้วตั้งใจปฏิบัติจริงๆ อาจจะเร็วกว่าพระด้วยซ้ำไป”

พระธรรมเทศนาหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช แผ่นที่ ๗๘ วันที่ ๗ ตุลาคม ๒๕๖๑ (ไฟล์ 611007A)

 

ช่วงถาม-ตอบ ตรวจการบ้าน หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช

 

ดูท้องพองยุบ เห็นกายจิตแยกกัน ถ้านึกถึงการปฏิบัติจะเพ่งบ้าง คิดว่าปฏิบัติไปเรื่อยๆ แต่ลึกๆ ก็ยังโลภ กายกับจิตแยกแล้วบางทีเฉยๆ

กายกับจิตแยกมันมี 2 แบบ แบบหนึ่ง เราจงใจแยก เราก็ตั้งไว้เฉยๆ อย่างนี้ แยกอย่างนี้ไม่ดี ถ้าจิตมันตั้งมั่นแล้วมันแยก อันนี้ดี เราไม่ได้เจตนาแยก มันแยกให้ดูเลย แต่ถ้าเราจงใจแยก อันนี้ไม่ดี ... อ่านต่อ

ส่วนใหญ่จะดูกาย มีเรื่องใหม่ๆ ให้คิด จบ 1 เรื่อง ก็จะมีอีก 1 เรื่องมาต่อ ทำให้เกิดความหลงยาวได้ง่ายตามความสำคัญของเรื่องที่ให้คิด

เวลามีงานที่ต้องคิดห้ามไม่ได้ จิตมันจะคิดห้ามไม่ได้หรอก แต่พอคิดมันต้องคิดงาน แต่พอคิดแล้วเกิดกิเลสให้รู้ทันตัวนี้ คิดงานแล้วกลุ้มใจ คิดไม่ตกกลุ้มใจ ตัวนี้กิเลสไม่ใช่งาน รู้ทัน ฉะนั้นการทำงานมันต้องคิด ห้ามไม่ได้ คิดได้ แต่ถ้าคิดแล้วตอนไหนเกิดกิเลส ค่อยรู้เอา อันนี้สำหรับคนที่ทำงานที่ต้องคิด ... อ่านต่อ

เห็นชัดขึ้นว่ากายเป็นของถูกรู้ เคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงเอง เห็นทิฏฐิมานะของตัวเองแล้วรู้สึกละอาย จึงมุ่งเน้นพัฒนาคุณภาพจิตของตนให้มาก

อย่าไปมุ่งพัฒนาจิต เอาแค่คอยเรียนรู้จิตไป งานของพวกเราชาวพุทธคือการเรียนรู้ เรียนรู้กาย เรียนรู้ใจของตัวเอง ส่วนพัฒนาการเป็นไปเอง อย่าไปคาดหวังว่า ทำแล้วจะต้องดีอย่างนั้น ดีอย่างนี้ อยู่กับปัจจุบันไปเรื่อยๆ มีสติรู้จิต รู้ใจ รู้กาย เป็นปัจจุบันไปบ่อยๆ แล้วมันพัฒนาเอง ... อ่านต่อ

สังเกตว่าเริ่มมีสติและเห็นตัณหาเกิดดับ แต่โดยรวมยังหลงอยู่มาก ยังเดินปัญญาไม่ได้

ตรงที่เห็นตัณหาเกิดดับ อันนั้นล่ะเจริญปัญญาแล้ว คือถ้าเราเห็นสภาวะรูปธรรมหรือนามธรรมเกิดดับได้ เราเจริญปัญญาอยู่แล้ว แต่การเจริญปัญญา เราไม่ได้ทำตลอดเวลา บางทีจิตก็เฉยๆ บางทีจิตก็ดูไตรลักษณ์สลับกันไปเรื่อยๆ ไม่มีใครเจริญปัญญารวดเดียวตลอด ... อ่านต่อ

เห็นใจแอบหนีไปคิดฟุ้งได้เองบ่อยๆ ชอบฟังธรรมขณะทำงานบ้าน ฝึกรู้สึกตัวขณะเคลื่อนไหว และรู้ทันความรู้สึก

เคลื่อนไหวแล้วรู้สึก เคลื่อนไหวแล้วรู้สึกไป ใจมันจะค่อยๆ กลับมาอยู่ที่ตัวเราเอง ใจมันจะตื่นขึ้นมา ภาวะแห่งความตื่น เป็นภาวะที่คนในโลกนี้ไม่มี คนในโลกมีแต่ภาวะที่หลับ ฝัน หลงไปๆ ทั้งวันทั้งคืน เราต้องมาฝึกจนเราได้เป็นพุทโธ พุทโธคือผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน ผู้รู้ รู้อะไร รู้รูปธรรมนามธรรม รู้ความเป็นไตรลักษณ์ของรูปธรรมนามธรรม ตื่นจากอะไร ตื่น หลุดออกจากโลกของความคิดความฝัน อยู่ในโลกของความรู้สึกตัว ถ้าจิตเรารู้สภาวะ รู้ความเป็นไตรลักษณ์ของสภาวะ ถ้าจิตเราอยู่กับเนื้อกับตัวขึ้นมา จิตมันจะเบิกบาน เบิกบานเอง ... อ่านต่อ

เมื่อฟุ้งซ่านมาก จะกลับไปบริกรรมแล้วกลับมาดูลมหายใจต่อ บางครั้งเห็นความคิดดับ แต่น่าจะเป็นการคิดเอา จิตไม่ตั้งมั่น ฟุ้งซ่านมากและติดดี

อย่าไปเพ่ง อย่าไปจ้อง รู้สึกเอา ใจถลำลงไปก็รู้ สังเกตสภาวะไปเรื่อยๆ ถ้าเราเห็นสภาวะที่จิตมันทำงานได้ก็ดูไปเลย ไม่ต้องแก้ไข จิตหลงไปก็รู้ จิตต้องมีเครื่องอยู่ ถ้าจิตไม่มีเครื่องอยู่ มันจะหลง ฉะนั้นอยู่กับกรรมฐาน อยู่กับกาย อยู่อะไร รู้สึกไป แล้วพอจิตมันเคลื่อนไป มันลืมร่างกายเราก็จะรู้ มันหลงไปคิดเราก็จะรู้ ... อ่านต่อ

เคยภาวนาพุทโธ เลือกฐานจิตที่อกซ้าย แล้วติดมาเป็นนิสัย คือเมื่อทำในรูปแบบ ความรู้สึกตัวจะมารวมที่นี่

ถ้าจิตเราไหลลงไปอยู่ที่ตรงนี้ เรารู้ทัน จิตเราหนีจากที่นี่ เรารู้ทัน ฉะนั้นจิตจะอยู่ตรงไหนก็ได้ ไม่สำคัญหรอก หลวงพ่อเคยถามหลวงปู่ดูลย์ บอก “หลวงปู่ครับ จิตมันอยู่ที่ไหน” หลวงปู่บอก “จิตไม่มีที่ตั้ง” เกิดตรงไหนก็ดับตรงนั้น เราจะตั้งไว้ที่ไหนก็ได้ แล้วก็พอมันหนีไป เรารู้ มันถลำลงไปเพ่ง เรารู้ ... อ่านต่อ

เห็นอาการจิตเปลี่ยน เห็นการปรุงทุกข์สุขเป็นมวลกลมๆ ผุดขึ้น เห็นว่าการเห็นสภาวะต่างๆ เห็นจากสัญญา

การเห็นรูปธรรมกับนามธรรมไม่เหมือนกัน รูปธรรมเห็นรูปขณะนี้ นามธรรมเรียกปัจจุบันสันตติ นามธรรมเกิดขึ้นก่อนแล้วสติรู้ โกรธขึ้นก่อน แล้วสติรู้ว่าโกรธ สติไม่เกิดพร้อมกิเลสหรอก ... อ่านต่อ

บางวันจิตปีติสุขมาก บางวันรู้สึกทุกขเวทนาทางร่างกายมาก บางคืนสะดุ้งตื่นเห็นร่างกายกำลังจะตาย จิตกลัว แต่ก็ใช้มรณานุสติภาวนาจนหายไป

จิตที่ดีสำหรับการเจริญปัญญาคือจิตธรรมดา คือจิตปกติ ไม่ถูกราคะ โทสะ โมหะชักนำไป อยากดีก็ถูกราคะถูกโลภะนำไปแล้ว รู้ด้วยจิตที่ปกติจริงๆ อยู่ตรงนี้แล้วก็เห็นสภาวะทั้งหลายเกิดแล้วดับๆ อันนี้มันเป็นการเจริญปัญญาในสมาธิ ใช้ได้ ไม่ผิดหรอก แต่เวลารู้แล้วพอจิตมันถลำลงไปรู้ ให้รู้ทัน รู้แล้วไปประคองจิตเอาไว้ ให้รู้ทัน เราต้องรู้ด้วยจิตที่ปกติ ... อ่านต่อ

บางครั้งเพ่งจนเครียด จึงฝึกปล่อยวางและดูแบบผ่อนคลาย เห็นทุกอย่างบังคับไม่ได้ มาแล้วก็ไป ถ้าช่วงไหนสมถะไม่ถึง ก็จะตัดไม่ขาด

สมาธิไม่พอจะไม่ตัด เพราะว่าสมาธิเป็นตัวให้เกิดปัญญา ปัญญาไม่เกิดก็ไม่มีการตัด ตัวที่ตัดคือตัวปัญญา แต่ปัญญานั้นมันเกิดได้เพราะสมาธิ แล้วสมาธิมาจากสติ ค่อยๆ ฝึก ค่อยๆ ทำไป อย่าท้อถอย อย่าห่วงโลกเยอะ ไม่ต้องห่วงคนอื่น ลุยของเราไป ไม่อย่างนั้นจะเหมือนหัวรถจักร ลากหางแถวมายาวๆ ใช้แรงเยอะ เส้นทางนี้ไปคนเดียวสะดวกที่สุด ... อ่านต่อ