คำถาม:
หลวงปู่:
อันนั้นปกติ พอนั่งแล้วมันก็เคลิ้มๆ ก็ไม่ฟุ้งซ่าน เดินดีกว่า นั่งแล้วโมหะแทรก เดินได้ก็เดิน ทำไป อดทน เมื่อวานมีคนกลุ่มหนึ่ง มาหาหลวงพ่อตอนเช้า เขามาทำบุญ มีอยู่รายหนึ่ง เมื่อก่อนหลวงพ่อเรียกเขา ไม่รู้ชื่อเขา หลวงพ่อเรียกเขาว่ามาร เพราะใจเขาเป็นมาร อหังการ จะต้องรู้โน่นรู้นี่ รู้เอง พวกที่อยู่เก่าๆ จะรู้จักมาร สอนยากเพราะมันดื้อ มันเถียงทุกเรื่องเลย แต่ข้อดีคือมันไม่เลิก เมื่อวานเจอ เห็นแล้ว ทำไมดีอย่างนี้ บอกเดี๋ยวนี้เดินจงกรมทุกวัน วันละ 3 ชั่วโมง พอเดินไปๆ จิตมีกำลังตั้งมั่นขึ้นมา พอจิตตั้งมั่น รู้เลยที่เก่าๆ นี้ ผิดหมดเลย แล้วการที่พยายามแสวงหาความรู้ด้วยการอ่าน ด้วยการฟัง ด้วยการคิด ใช้ไม่ได้เลย ต้องรู้ ต้องเห็น สภาวธรรมตามความเป็นจริง ถึงจะใช้ได้ นี่จากมาร เสียสภาพความเป็นมารไปแล้ว บอก โอ้ มารตายแล้ว แต่ไม่ต้องตกใจ ไม่สูญพันธ์หรอก ในนี้เยอะเลย
ฉะนั้นเราต้องเดิน เดินได้เดินไว้ก่อน การเดินจงกรม ก็คือรู้สึกร่างกายที่เดิน รู้สึกๆ รู้สึกตัว เดินจงกรมเน้นที่ความรู้สึกตัว ไม่ได้เน้นที่ระยะทาง ไม่ได้เน้นที่เวลา รู้สึกตัว พอเรารู้สึกได้สัก 3 ชั่วโมง จิตมีแรง จิตมีแรงแล้ว จิตตั้งมั่นแล้ว ก็จะเดินปัญญาได้จริง แล้วจะไม่สงสัยหรอก ว่าหลวงพ่อสอนอะไรอยู่ ตอนนี้พวกที่ทำเป็น ไม่สงสัยแล้ว นี่ก็เหมือนกัน แต่ก่อนจะบ้าบุญ นี่ประจาน บ้าบุญไม่เลวหรอก ก็ดี พระอิ่ม แต่แกคิดแต่เรื่องทำบุญ โดนหลวงพ่อแซวเรื่อยๆ เดี๋ยวนี้ภาวนาเก่ง เป็นผู้รู้ ผู้ตื่นได้แล้ว จิตมันเดินปัญญาได้อยู่
วัดสวนสันติธรรม 23 พฤษภาคม 2569