ส่วนใหญ่จะดูกาย มีเรื่องใหม่ๆ ให้คิด จบ 1 เรื่อง ก็จะมีอีก 1 เรื่องมาต่อ ทำให้เกิดความหลงยาวได้ง่ายตามความสำคัญของเรื่องที่ให้คิด

คำถาม:

ภาวนาเช้าและเย็น เวลาทำงานจะภาวนาเป็นช่วงเวลาสั้นๆ ไม่นานแต่บ่อยๆ มีพลังดูจิตได้เป็นส่วนน้อย ส่วนใหญ่จะดูกาย มีเรื่องใหม่ๆ ให้คิด จบ 1 เรื่อง ก็จะมีอีก 1 เรื่องมาต่อ ทำให้เกิดความหลงยาวได้ง่ายตามความสำคัญของเรื่องที่ให้คิด แม้จะมีคำบริกรรมกำกับอยู่บ้าง ขอคำสอนไปปฏิบัติต่อครับ

หลวงปู่:

เวลามีงานที่ต้องคิดห้ามไม่ได้ จิตมันจะคิดห้ามไม่ได้หรอก แต่พอคิดมันต้องคิดงาน แต่พอคิดแล้วเกิดกิเลสให้รู้ทันตัวนี้ คิดงานแล้วกลุ้มใจ คิดไม่ตกกลุ้มใจ ตัวนี้กิเลสไม่ใช่งาน รู้ทัน ฉะนั้นการทำงานมันต้องคิด ห้ามไม่ได้ คิดได้ แต่ถ้าคิดแล้วตอนไหนเกิดกิเลส ค่อยรู้เอา อันนี้สำหรับคนที่ทำงานที่ต้องคิด ที่ฝึกอยู่ใช้ได้ ดี ไปทำอีก แล้วตอนไหนที่ไม่ต้องทำงานที่คิดรู้สึกร่างกายไป รู้สึกจิตตรงๆ ไม่ได้ เพราะเวลาเราทำงานที่คิดเยอะๆ จิตมันจะฟุ้ง ดูจิตยาก ดูกายไป กายไม่เคยฟุ้งกับเราหรอก แล้วพอมีแรงแล้วมันจะกลับไปดูจิตเอง ตรงนี้ประคองจิตอยู่ดูออกไหม รักษาจิต ทำหน้าให้ดู ไปทำอย่างนี้ ไม่ต้องไปรักษามัน จิตไม่ได้มีดวงเดียว เกิดดับตลอด จิตสงสัย รู้ว่าสงสัย จิตเป็นอย่างไรรู้ว่าเป็นอย่างนั้นไปเรื่อยๆ รู้ไปสบายๆ อย่าประคองเอาไว้

หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช
วัดสวนสันติธรรม 28 มิถุนายน 2569