บุญใหญ่ หรือว่าบุญเล็กน้อย

บุญใหญ่ หรือว่าบุญเล็กน้อย

บุญแบบข้ามภพข้ามชาติ
หาคำอธิบายยาก เป็นเรื่องอจินไตย
แต่บุญที่เราเห็นปัจจุบันนั้นมี
ใจที่เสียสละ ใจที่ให้ มีความสุข
ใจที่อยากได้ของคนอื่น ไม่มีความสุข
อย่างการที่เราสละสิ่งที่เป็นส่วนเกิน
ใจเรามีความสงบสุข มันช่วยลด ช่วยละกิเลส อันนี้เป็นบุญใหญ่
บุญใดที่ลดละกิเลส เป็นบุญใหญ่
บุญใดที่พอกพูนกิเลส เป็นบุญเล็กน้อย

อย่างก่อนจะป่วย ก่อนอาพาธ
ปีหนึ่ง ๆ บางทีหลวงพ่อไปปล่อยวัวปล่อยควาย
เข้าธนาคารโคกระบือ ของพระเจ้าอยู่หัวองค์ก่อน
ปีหนึ่งไป ๒-๓ รอบ ตอนป่วยนี่ไม่ได้ไป
บางคนก็บอกว่า
“โอ้ หลวงพ่อนี่ทำบุญปล่อยสัตว์มาก จะต้องไม่เป็นโรคร้ายแรง”
เราเลยพิสูจน์ให้ดู ว่าเราเป็นมะเร็ง

เราทำบุญ ไม่ได้ทำเพื่อเราจะเอา
ถ้าทำเพื่อหาผลประโยชน์เข้าตัวเรา
กระทั่งอยากเฮง อยากรวย
บุญอย่างนั้นเล็กน้อย เป็นบุญที่เจือด้วยอกุศล เจือด้วยโลภ
ใครชอบทำบุญสะเดาะเคราะห์บ้าง สารภาพมา
สะเดาะเคราะห์ไม่มี ในทางพระพุทธศาสนา
เคราะห์เป็นชื่อของดาว ไม่ใช่เรื่องของศาสนาพุทธ
พระพุทธเจ้าสอนว่า ดาวจะมาทำอะไรกับคนได้
ที่จริงก็ทำได้เหมือนกัน ถ้ามันวิ่งมาชนโลก คงสูญพันธุ์

ตั้งหลักให้ดี ทำบุญ ทำเพื่อลดละกิเลส
ถ้าทำเพื่อจะเอา บุญของเราเล็กน้อย
เป็นบุญที่ไม่ประกอบด้วยสติปัญญา เป็นบุญเล็กนิดเดียว
สมมติอย่างนี้นะ
ขายบ้าน เอาเงินไปให้พระสร้างเจดีย์
ตัวเองเดือดร้อน สามีเดือดร้อน จิตใจเศร้าหมองทีหลัง
ตอนเอาไปทำจิตใจปลาบปลื้ม ทำเสร็จแล้วเศร้าหมอง
กลับบ้านสามีเตะอีก เอาบ้านไปขาย
ก็หวัง ว่าชาติต่อไปจะรวย ก็เลยเริ่มจนตั้งแต่ชาตินี้
ชาติหน้ามีข้าวกินก็รวยแล้ว เพราะว่าชาตินี้จนแล้ว ไม่มีอะไรเหลือแล้ว
บุญอย่างนั้น บุญกระจอกงอกง่อย

มาเรียนกับหลวงพ่อ ทำบุญใหญ่ให้ได้ คือปฏิบัติ
บุญเล็กๆ มีโอกาสทำ ก็ทำ
ไม่มีก็ไม่ต้องทำ ทำบุญใหญ่ไว้

 

บุญอะไรที่เป็นไปด้วยสติปัญญา เป็นไปเพื่อการลดละกิเลส ถึงจะเป็นบุญใหญ่
บุญธรรมดา ๆ ทำสังฆทาน ทำโน่นทำนี่ มันก็ยังเป็นบุญเล็ก ๆ
มันพาให้เราเวียนว่ายตายเกิด ไปในภพภูมิที่ดีขึ้นเท่านั้นเอง
แต่บุญของการเจริญสติปัญญา จะทำเราข้ามภพข้ามชาติได้
ไม่ต้องเวียนว่ายตายเกิดอีกต่อไป

มาเรียนกับหลวงพ่อ ทำบุญใหญ่ให้ได้ คือปฏิบัติ
บุญเล็กๆ มีโอกาสทำ ก็ทำ
ไม่มีก็ไม่ต้องทำ ทำบุญใหญ่ไว้

หลวงพ่อไปหาครูบาอาจารย์ ไปภาวนา ไปเรียนกรรมฐาน
เห็นคนส่วนมากเขาเข้าไปหาครูบาอาจารย์ เขาไปทำบุญทำทาน
วันหนึ่งเราก็เลยลุกขึ้นมา ใส่บาตรบ้าง
ที่จริงลุกแต่มืดทุกวันล่ะ ไปภาวนา
ไปใส่บาตรบ้าง ใครๆ ก็ใส่ มีเราไม่ใส่อยู่คนเดียวในวัด
ดูแล้วยังไงชอบกล ไม่เข้ากับหมู่คณะ

ไปเข้าแถวใส่บาตร
ใครเคยใส่บาตรทางอีสานไหม
พระท่านเดินมาเราก็หยอดข้าว
ต้องไวนะ พระท่านอย่างกับวิ่ง อย่างกับจ็อกกิ้ง ท่านไว
บางทีจะหยอดบาตรองค์นี้ ท่านเลื่อนไปแล้ว
ไปลงอีกองค์หนึ่ง ตามมาพอดี
ครูบาอาจารย์ท่านเดินมาหัวแถว
เห็นหน้าหลวงพ่อนะ ท่านเอะอะเลย
“เฮ้ย ปราโมทย์ มาทำอะไรนี่ มาใส่บาตรกับเขาด้วย”
บอก “ผมใส่เป็นกิริยาไปอย่างนั้น”
คือใจเรานึกอย่างนั้นจริงๆ
มันจืด บุญอย่างนี้จื๊ดจืด
บุญจากสมาธิยังสูงกว่านี้เยอะเลยนะ แช่มชื่น
บุญจากปัญญานี่ สุดยอดเลย คนละอันกัน
บุญของสมาธิมันก็แบบหนึ่ง
บุญของปัญญามันก็แบบหนึ่ง

บุญของปัญญากับบุญของสมาธิ มันมีความสุขที่ต่างกัน
บุญของสมาธิมีความสุข ความสุขอันนั้นเหมือนความสุขของเด็ก
ได้ของถูกใจ มีความสุข
ความสุขของคนมีปัญญา เป็นความสุขของผู้ใหญ่
คล้าย ๆ เรามีงานที่ยาก ๆ อยู่อย่างหนึ่ง
แล้วเราทำสำเร็จแล้ว มีความสุข

ความสุขจะไม่เหมือนกัน
ความสุขของเด็กที่กระดี๊กระด๊า นั่นคือความสุขของสมาธิ
ความสุขของคนเจริญปัญญานั้น เข้าใจความจริงของชีวิตแล้ว
งานที่ยากๆ ทำเสร็จแล้ว เข้าใจมาเป็นลำดับๆ
มันจะมีความสุข แต่ความสุข มันเป็นความสุขแบบผู้ใหญ่
ที่ทำงานยากๆ สำเร็จแล้ว
ไม่เหมือนกัน ความสุขสองอันนี้
แต่มันเป็นบุญทั้งคู่

บุญเป็นชื่อของความสุข มีผลเป็นความสุข
บุญของสมาธิ ก็มีความสุข
บุญของปัญญา ก็มีความสุข
แต่ไม่เหมือนกัน
ถือศีล ก็มีความสุข
ถ้าเราถือศีล ยังมีความทุกข์อยู่ แสดงว่าเราถือศีลไม่เป็น

ถือศีลแล้วมีความสุข
แทนที่จะต้องทำร้ายคนอื่น เราเมตตาคนอื่น มีความสุขนะ
แทนที่จะเอาของคนอื่น เรารู้จักให้คนอื่น
ส่วนเกินของเรา เราให้ เรามีความสุข
เราซื่อสัตย์อยู่กับภรรยาของเรา เรามีความสุขระดับอุเบกขา
เห็นหน้าแล้วเฉย เป็นกลาง
ถ้าเจอสาวอื่น ไม่อุเบกขา โลภะ ราคะเกิด
ไอ้คนอื่นมันมาจีบอยู่ โทสะเราก็เกิด
เราอยู่ในบ้านเรากับภรรยาเรานะ จิตเป็นอุเบกขา สูงกว่ากันนะ

จิตมันดีกว่ากันใช่ไหม
ถือศีล มีความสุข
คนโกหก ไม่มีความสุข ต้องคิดมาก
คนพูดความจริง ไม่ต้องคิดมาก
คนขี้เหล้าเมายา ติดยา เดือดร้อน
เริ่มตั้งแต่ต้องหาเงินไปซื้อ
จะเสพยาก็ต้องหลบ ๆ ซ่อน ๆ ลำบาก
ของเรามีสติ มีสัมปชัญญะอยู่ ไม่ต้องเมา
เมา ไม่เห็นจะดีตรงไหนเลย
ธรรมดาก็เมากิเลสอยู่แล้ว ยังจะไปเมาเหล้าอีก
ฉะนั้นเรามีสติ มีปัญญาอยู่

ถือศีลแล้วมีความสุขนะ ใจมันโปร่ง โล่ง เบา สบาย
ความสุขของศีล ก็สุขอีกแบบหนึ่ง
สุขของสมาธิ ก็แบบหนึ่ง
สุขของปัญญา ก็แบบหนึ่ง
สุขของการทำทาน ก็เป็นอีกแบบหนึ่ง
ก็มีความสุขเหมือนกัน
อย่างเราช่วยสงเคราะห์คนอื่น ให้ความรู้เขา
แต่ถ้าเราไม่ประกอบด้วยสติปัญญารักษาใจเรา
ขณะทำทานไป กิเลสก็แทรก
ขณะถือศีลไป กิเลสก็แทรก
ขณะทำสมาธิไป กิเลสก็แทรก
ขณะเจริญปัญญา กิเลสยังแทรกเลย
อย่างภาวนา แยกรูปแยกนาม แยกธาตุแยกขันธ์
เห็นรูปนามเกิดดับไปแล้วก็นั่งลุ้น
เมื่อไรจะได้มรรคผล กิเลสแทรกแล้ว

เพราะอย่างนั้น รู้เท่าทันใจของเรา
มีสติ รู้เท่าทันจิตใจของเราให้มันเป็นกุศลงามๆ กุศลล้วนๆ
ไม่ใช่กุศลที่เจือกิเลส บุญเราจะได้โตขึ้น

เราไม่ได้ร่ำรวย เราไม่ต้องให้วัตถุทานมากก็ได้
แต่อย่างเราเห็นคนอดข้าว ให้อาหารเขาสักมื้อหนึ่ง
เป็นบุญใหญ่นะ เพราะเราทำด้วยใจที่เป็นกุศลจริงๆ มีความเมตตา
เอาเงินมาถวายพระ ถวายหลวงพ่อ เท่านั้นเท่านี้ เป็นบุญเล็กน้อย
เพราะกะว่าจะไปเป็นเทวดา จะได้ผลตอบแทนมากกว่านี้
นี่คือการลงทุน ไม่ใช่การทำบุญ
คือการลงทุนทางธุรกิจ ที่เอาเปรียบมาก
เรียกว่า เอากุ้งฝอยตกปลากระพง
มาทำบุญกับพระองค์นี้ล่ะ ได้ยินว่าหลวงตาเป็นพระอรหันต์
แห่กันไปทำ “เจ้าประคุณ เกิดชาติไหนก็ขอให้รวยทุกๆ ชาติ”
มันจนตั้งแต่ชาตินี้แล้ว เพราะใจมันโลภ
ใจเป็นผีใจเป็นเปรตอยู่นี่ โลภอยู่นี่
มันจนตั้งแต่ตอนนี้แล้ว ชาติหน้ามันก็จนอีก เพราะมันโลภไม่หาย

เพราะอย่างนั้น พยายามฝึกตัวเอง
ลดละกิเลสไป รู้เท่าทันจิตใจตัวเองไป
ชีวิตจะได้มีความสุข เจริญขึ้นได้

บุญใหญ่ หรือว่าบุญเล็กน้อย : หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
แสดงธรรม ณ วัดสวนสันติธรรม วันที่ ๒๙ กันยายน ๒๕๖๑ ไฟล์ 610929B ซีดีแผ่นที่ ๗๘