ธุรกิจครอบครัวทรุดหนัก ทุกข์มาก กายก็มีวิบาก ระหว่างวันจิตรู้สภาวะได้เอง ใจเบามากขึ้น เห็นกายไม่ใช่เรา แต่จิตยังมีเราอยู่ ต้องพัฒนาอย่างไร

โลกไม่เคยสงบสุข โลกไม่เคยหยุดนิ่ง เพราะธรรมะประจำโลก มีลาภ เสื่อมลาภ มียศ เสื่อมยศ มีนินทา มีสรรเสริญ มีสุข มีทุกข์ อันนั้นคือธรรมะประจำโลก เราไม่ได้ภาวนาเพื่อว่าจะทำลายธรรมะประจำโลก แต่เราจะอยู่กับโลกอย่างเข้าใจโลก เข้าใจธรรมะประจำโลก เชื่อหรือยังว่ามีลาภ แล้วก็เสื่อมลาภได้ นั่นล่ะคือสัจจะ คือความจริง ถ้าใจเรายอมรับได้ ช่วงนี้ทำธุรกิจได้ไม่ดี ใจเรายอมรับได้ ธุรกิจมีปัญหาแต่ใจเราไม่ทุกข์

เห็นจิตเป็นไตรลักษณ์จึงปล่อยวางจิต

เราจะปล่อยวางจิตได้ ก็ต้องเห็นจิตเป็นไตรลักษณ์ ถ้าเราไม่ได้เห็นจิตเป็นไตรลักษณ์ มันไม่วางหรอก มันเหมือนที่เราปล่อยวางกาย เราเห็นกายมันตกอยู่ใต้ไตรลักษณ์ ไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา มันก็วาง จิตนี้ก็เหมือนกัน ถ้าเราไม่เห็นว่ามันไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา มันก็ไม่วาง ถ้าเราเห็นแล้วมันถึงจะวาง เพราะฉะนั้นอย่างที่เรามาหัดดูจิตๆ เราก็จะมาเห็น จิตดวงหนึ่งเกิดขึ้น ดวงหนึ่งดับไปทั้งวันทั้งคืน จิตสุขเกิดแล้วก็ดับ จิตทุกข์เกิดแล้วก็ดับ จิตดีเกิดแล้วก็ดับ จิตชั่วเกิดแล้วก็ดับ จิตทุกชนิดเกิดแล้วดับ จิตที่ไปดูเกิดแล้วก็ดับ จิตที่ไปฟังเกิดแล้วก็ดับ จิตที่ไปดมกลิ่น จิตที่ไปลิ้มรส จิตที่ไปรู้สัมผัสทางกาย เกิดแล้วก็ดับ จิตที่ไปคิดนึกทางใจ เกิดแล้วก็ดับ ตรงที่มันไปคิดนึกทางใจ ก็จะเกิดเป็นจิตสุขบ้าง จิตทุกข์บ้าง จิตดีบ้าง จิตโลภ โกรธ หลงบ้าง แต่จิตทุกชนิดนั้นเกิดแล้วดับ ถ้าเราเห็นอย่างนี้ถึงจุดหนึ่งมันจะวาง มันจะปล่อยวางจิตได้ ถ้าปล่อยวางจิตได้ มันก็ไม่มีอะไรให้ยึดอีกแล้ว