ใจยอมรับความจริงได้ก็ไม่ทุกข์

อยู่กับโลกต้องอดทน แล้วปัญหาทุกอย่างกระทั่งความสุขก็เป็นของชั่วคราว ถ้าใจเรายอมรับได้ เราไม่ทุกข์หรอก ที่เราทุกข์เพราะเรายอมรับไม่ได้ ยอมรับความจริงไม่ได้ อย่างเรายอมรับไม่ได้ว่าเราจะต้องแก่ ต้องเจ็บ ต้องตาย ต้องพลัดพรากจากคนที่เรารักอะไรอย่างนี้ ยอมรับไม่ได้ใจเราก็ทุกข์ ยอมรับได้เราก็ไม่ทุกข์ รู้สึกมันธรรมดา เมื่อไรเวลาทุกอย่างปรากฏแล้วเรารู้สึกนี่ธรรมดา เราจะไม่กลุ้มใจ พอยอมรับว่าเป็นธรรมดาใจจะไม่อยาก หมดความอยาก ถ้ายอมรับธรรมดาไม่ได้ ใจเราก็อยาก ความอยากหรือตัวตัณหาเป็นตัวสมุทัย เป็นตัวนำความทุกข์เข้ามาสู่ใจเรา ถ้าใจไม่อยากก็ไม่เดือดร้อนอะไรแล้ว มองทุกอย่างธรรมดา ฉะนั้นที่เราเรียนธรรมะ เราจะไม่ได้เป็นคนเหนือธรรมดาแต่เราจะยอมรับความจริงว่าเราเป็นคนธรรมดา เป็นคนธรรมดาที่จะต้องแก่ จะต้องเจ็บ จะต้องตาย จะต้องพลัดพรากจากสิ่งที่รัก จะต้องประสบกับสิ่งที่ไม่รัก จะต้องมีความไม่สมหวัง เป็นเรื่องธรรมดา

แผนที่การเดินทางในสังสารวัฏ

ฝึกนะ ธรรมะไม่ใช่ของคุยเล่น ไม่ได้เอาไว้เถียงกับคนอื่น เอาไว้เป็นแผนที่ในการเดินทางในสังสารวัฏของเรา ถ้าเราไม่มีแผนที่ ที่พระพุทธเจ้าประทานไว้ให้ พวกเราจะระหกระเหิน ไม่รู้เหนือรู้ใต้ ไปไม่รอดหรอก เราได้แผนที่ที่พระพุทธเจ้าประทานไว้ให้แล้ว คือการเจริญไตรสิกขา มีแผนที่แล้วก็ต้องเดิน ปฏิบัติศีล ปฏิบัติสมาธิ ปฏิบัติปัญญา ศีลเป็นเครื่องขัดเกลาพฤติกรรมทางกายวาจา สมาธิเป็นเครื่องพัฒนาจิต ให้มีกำลังตั้งมั่น ปัญญา คือการที่รู้ความจริง เห็นความจริง มีศีล มีสมาธิ ปัญญา วิมุตติก็จะเกิดเอง จิตเข้าถึงความหลุดพ้นด้วยตัวเอง ไม่มีใครช่วยได้ อย่างตอนนี้พวกเราฟัง เราได้แผนที่ แล้วถ้าเราไม่เดินก็ไม่ถึงปลายทาง เดินต้องเดินด้วยตัวเอง