ธรรมะสำหรับคนทำงานบริการ

การที่เราคอยสังเกตความรู้สึกตัวเอง มีประโยชน์อย่างยิ่งเลย เพราะทั้งวันมีสิ่งมากระทบใจเราตลอดเวลา อย่างเราเห็นชาวบ้านคนนี้มา ท่าทางคนนี้หรือเคยติดต่ออะไร คนนี้เรียบร้อย พูดจารู้เรื่อง เราเห็นคนนี้ ใจเราโอเค ใจเราชอบ อีกคนหนึ่งมาทีไรโวยวายทุกทีเลย เห็นหน้ามันเข้าประตูมา เราก็เกลียดแล้ว แทนที่เราจะรอให้เกลียดมากๆ อ่านใจตัวเองให้ออก ใจเราชอบก็รู้ ใจเราเกลียดก็รู้ มันไม่เห็นจะยากเลย คนทุกคนสามารถอ่านใจตัวเองได้ ปัญหาใหญ่คือละเลยที่จะอ่าน หัดดูอย่างนี้เรื่อยๆ เวลาเรากระทบอารมณ์แต่ละครั้งๆ จิตใจเราจะเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ถ้าทำตัวนี้ได้ ไม่นาน เราจะพบความอัศจรรย์ของธรรมะ เราจะรู้สึกศรัทธาในพระพุทธเจ้าอย่างยิ่งเลย เพราะจิตของเราจะเปลี่ยนแปลงในเวลาอันสั้น

คอยรู้ทันความปรุงแต่ง

จุดสำคัญ เราจะต้องคอยรู้เท่าทันความปรุงแต่งที่เกิดขึ้นในจิตใจเรา มันไม่ยากหรอก อย่างขณะนี้ใจเราสุขหรือใจเราทุกข์ ยากไหมที่จะรู้ ส่วนใหญ่พอมีความสุขมันก็เผลอเพลิน มีความทุกข์ก็มัวแต่เศร้าโศก หดหู่ ท้อแท้ แทนที่มีความสุขก็รู้ว่ามีความสุข เห็นว่าความสุขเป็นของที่แปลกปลอมผ่านเข้ามาแล้วก็ผ่านออกไป ความทุกข์เกิดขึ้นมาก็ไม่ต้องไปหดหู่ท้อแท้ ก็เห็นว่าความทุกข์ทั้งหลายผ่านมาแล้วก็ผ่านไป เหมือนกันหมด จะสุขหรือจะทุกข์ก็คือมาแล้วก็ไป กุศลหรืออกุศลก็เหมือนกัน ผ่านมาแล้วก็ผ่านไป ถ้าเราไม่รู้ทันความปรุงแต่ง จิตจะหลงในความปรุงแต่ง แล้วจิตเรามันจะยึดถือ ยึดถือจิตขึ้นมา ถ้ามีความปรุงแต่งเกิดขึ้น เรามีสติมีปัญญา จิตไม่เข้าไปยึดถือความปรุงแต่ง จิตก็ไม่เข้าไปยึดถือจิต