เห็นชัดขึ้นว่ากายเป็นของถูกรู้ เคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงเอง เห็นทิฏฐิมานะของตัวเองแล้วรู้สึกละอาย จึงมุ่งเน้นพัฒนาคุณภาพจิตของตนให้มาก

อย่าไปมุ่งพัฒนาจิต เอาแค่คอยเรียนรู้จิตไป งานของพวกเราชาวพุทธคือการเรียนรู้ เรียนรู้กาย เรียนรู้ใจของตัวเอง ส่วนพัฒนาการเป็นไปเอง อย่าไปคาดหวังว่า ทำแล้วจะต้องดีอย่างนั้น ดีอย่างนี้ อยู่กับปัจจุบันไปเรื่อยๆ มีสติรู้จิต รู้ใจ รู้กาย เป็นปัจจุบันไปบ่อยๆ แล้วมันพัฒนาเอง

กายานุปัสสนาสติปัฏฐาน

เรามีสติเรียนรู้ร่างกายไปเรื่อยๆ เห็นร่างกายไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา ไม่ใช่ตัวเรา ไม่ใช่ของเรา เป็นแค่วัตถุธาตุที่เรายืมของโลกมาใช้ชั่วครั้งชั่วคราว แล้ววันหนึ่งเราก็ต้องคืนทุกสิ่งทุกอย่างให้โลก สิ่งที่เป็นร่างกายของเราวันนี้ วันข้างหน้าอาจจะไปเป็นร่างกายของหนอน เป็นร่างกายของต้นไม้ ต้นไม้ก็กินเราเข้าไปเป็นสารอาหาร หรือไปเป็นถนนให้คนเดิน กลายเป็นดินเป็นอะไรไป บางทีก็ไปอยู่ในน้ำทะเล อยู่ในแม่น้ำกระจัดกระจายไป ลมหายใจที่เราหายใจ คนอื่นมันก็เอามาหายใจมาก่อนเราแล้ว เราก็แค่ยืมลมหายใจเอามาใช้ ลมที่เราหายใจเข้าไป เราไม่รู้เลยคนอื่นหายใจมาก่อนหรือเปล่า หมามันหายใจมาก่อนหรือเปล่า ลมอันนี้ ธาตุมันหมุนเวียนอยู่อย่างนี้ เห็นแล้วก็ควรสลดสังเวช ไม่น่ายึดถืออะไร ไม่ใช่ของดีของวิเศษอะไร ยืมเขามาใช้ ไม่ใช่ของสะอาดหมดจดด้วย ถึงวันหนึ่งก็ต้องคืนเจ้าของ คืนให้โลกไป