บางวันจิตปีติสุขมาก บางวันรู้สึกทุกขเวทนาทางร่างกายมาก บางคืนสะดุ้งตื่นเห็นร่างกายกำลังจะตาย จิตกลัว แต่ก็ใช้มรณานุสติภาวนาจนหายไป

จิตที่ดีสำหรับการเจริญปัญญาคือจิตธรรมดา คือจิตปกติ ไม่ถูกราคะ โทสะ โมหะชักนำไป อยากดีก็ถูกราคะถูกโลภะนำไปแล้ว รู้ด้วยจิตที่ปกติจริงๆ อยู่ตรงนี้แล้วก็เห็นสภาวะทั้งหลายเกิดแล้วดับๆ อันนี้มันเป็นการเจริญปัญญาในสมาธิ ใช้ได้ ไม่ผิดหรอก แต่เวลารู้แล้วพอจิตมันถลำลงไปรู้ ให้รู้ทัน รู้แล้วไปประคองจิตเอาไว้ ให้รู้ทัน เราต้องรู้ด้วยจิตที่ปกติ

ความเป็นปกติของจิต

พยายามฝึกตัวเองในทุกที่ทุกสถานการณ์ จะต้องฝึกตัวเองให้จิตใจมันตั้งมั่นอยู่กับเนื้อกับตัวให้ได้

ศัตรูสำคัญที่ทำให้เราภาวนาไม่สำเร็จก็คือความฟุ้งซ่าน ในนิวรณ์ 5 ตัว ตัวฟุ้งซ่านมันเกิดบ่อยที่สุด กามฉันทะ นิวรณ์ ความผูกพัน พออกพอใจ ในรูป ในเสียง ในกลิ่น ในรส ในสัมผัส ก็มีเป็นคราวๆ ความฟุ้งซ่านมีตลอด นิวรณ์ มันเป็นเครื่องกั้นความเจริญ จะทำสมาธิ มีนิวรณ์ มันก็ไม่เจริญ จะเจริญปัญญา เกิดนิวรณ์ก็ทำไม่ได้

ฉะนั้นพวกเราต้องระมัดระวัง เรื่องเล็กๆ น้อยๆ บางอย่างดูไม่น่าจะมีพิษมีภัย อย่างเรื่องฟุ้งซ่าน คุยไม่เป็นเรื่องเป็นราว ดูแล้วไม่ได้เป็นพิษเป็นภัย ไม่ได้ทำชั่วร้ายอะไร คุยทักทาย ปฏิสันถารไม่รู้จักจบจักสิ้น สิ่งที่เสียไปก็คือความเป็นปกติของจิต จิตที่จะเจริญสมาธิได้ก็ต้องเป็นปกติ ถูกกิเลสย้อมอยู่ ก็ไม่ปกติ จิตจะเจริญปัญญา ก็ต้องปกติ