รู้สึกตัวเพื่อเห็นความจริงของกายของใจ

จุดสำคัญหัวใจสำคัญของการปฏิบัติเริ่มต้นด้วยต้องรู้สึกตัว ฉะนั้นเราทำกรรมฐานเพื่อให้รู้สึกตัว พอเรารู้สึกตัวได้แล้วเราเห็นจิตมันหลงไป หรือจิตมันถลำลงไปเพ่ง เห็นหลายๆ ที จิตมันจำการที่ถลำลงไปได้ จำการเพ่งได้ ต่อไปพอถลำไปคิดเรื่องอื่นปุ๊บ สติเกิดเองเลย สติเกิดจากจิตจำสภาวะได้แม่น จิตจำสภาวะได้แม่นเพราะเห็นสภาวะบ่อยๆ สติปัฏฐานถึงบอกให้ทำเนืองๆ ไม่ใช่นานๆ ทำที ให้ทำเนืองๆ ง่ายที่สุดก็รู้สึกกายไปล่ะ เห็นร่างกายมันหายใจไปก็ได้ เห็นร่างกายเคลื่อนไหวก็ได้ เห็นร่างกายยืน เดินนั่งนอนก็ได้ อย่างเราเดินจงกรม ไม่ใช่เดินนับชั่วโมงเฉยๆ อันนั้นงี่เง่า เดินจงกรม เดินรู้สึกตัว ฉะนั้นที่เราปฏิบัติแทบเป็นแทบตาย จุดตั้งต้นนี้เพื่อรู้สึกตัว พอเรารู้สึกตัวได้เราถึงจะเรียนรู้ความจริงของตัวเองได้ ถ้าเราไม่รู้สึกตัว เราก็ลืมกายลืมใจก็เรียนรู้อะไรไม่ได้ ฉะนั้นที่เรารู้สึกตัวเพื่อเราจะได้เห็นความจริงของกายของใจ เราเห็นความจริงของกายของใจได้แล้ว เราจะเบื่อหน่ายคลายความยึดถือแล้วจิตจะหลุดพ้นของจิตเอง

การเจริญสติปัฏฐาน

สติเป็นตัวรู้เท่าทันความเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงของกายของใจเรา ฉะนั้นสติที่รู้กายรู้ใจ เรียกว่าสติปัฏฐาน สติอย่างอื่นไม่เรียกว่าสติปัฏฐาน เขาเรียกว่าเป็นสติเฉยๆ ไม่ใช่สัมมาสติ สิ่งที่เป็นสัมมาสติ คือสติปัฏฐาน จำไว้เลย พระพุทธเจ้าบอกเลยว่าสัมมาสติ อธิบายด้วยสติปัฏฐาน 4 ก็คือให้เราคอยรู้สึกกายในกายเนืองๆ รู้สึกเวทนาในเวทนาเนืองๆ รู้สึกจิตในจิตเนืองๆ รู้สึกธรรมในธรรมเนืองๆ

บริกรรมคาถามงกุฎพระพุทธเจ้า พยายามรู้กายรู้ใจ ขอทางสายกลางเฉพาะตัวที่ทำให้เป็นที่พึ่งของตนได้

คำถาม: ตั้งใจรักษาศีลและฝึกสติ บริกรรมคาถามงกุฎพระพุทธเ …

Read more