เรียนรู้ทุกข์จนพ้นทุกข์

เราภาวนาเพื่อให้เห็นทุกข์ เพื่อให้เห็นความจริง สัจจะความจริงของร่างกายจิตใจเรา เรียนรู้ลงไปทั้งรูปธรรมทั้งนามธรรม ในความเป็นจริงแล้วคือก้อนทุกข์ มีเหตุก็เกิด หมดเหตุก็ดับ บังคับไม่ได้ ตัวมันนั่นล่ะเป็นตัวทุกข์ ถ้าเห็นอย่างนี้เราจะละสมุทัยได้เด็ดขาด ไม่มีความอยากเกิดขึ้น เมื่อไม่มีความอยากเกิดขึ้นก็ไม่มีความจงใจ ไม่มีการกระทำกรรม ตัวเจตนานั่นล่ะตัวกรรม ตัวกรรมนั่นล่ะตัวภพ ใจมันจะดิ้น ตัวภพ หมดความไม่รู้ หมดอวิชชา ก็หมดตัณหา หมดภพ หมดทุกข์ ใจจะคลายออกสลัดออกในชั่วขณะจิตเดียว ภาวนาแทบเป็นแทบตาย ในขณะที่อริยมรรคเกิดเกิดชั่วขณะจิตเท่านั้นล่ะ

พ้นทุกข์ด้วยอริยสัจ 4

เวลาเราภาวนา ถ้าเราไม่มีสติ เราก็ต้องพัฒนาสติ ไม่มีสัมมาสมาธิ เราก็ต้องพัฒนาสัมมาสมาธิ หรือเราไม่มีทฤษฎีชี้นำที่ถูกต้อง เรียกว่าไม่มีสัมมาทิฏฐิ ก็ต้องศึกษา ศึกษาจากพระไตรปิฎกจากอะไรนี่ ให้ได้สัมมาทิฏฐิในเบื้องต้น เป็นทฤษฎีชี้นำว่าเราจะพ้นทุกข์ได้อย่างไร ฉะนั้นไม่ว่าเราจะแก้ปัญหาทางโลก หรือเราจะแก้ปัญหาทุกข์ทางจิตใจของเรา หลักมันก็ตรงกันนั่นล่ะ เพราะสัจจะความจริงก็ต้องเป็นความจริงในทุกที่ทุกเวลา ไม่ใช่เป็นความจริงเฉพาะในวัด ไปแก้ปัญหาชีวิตจริงทำไม่ได้ อันนั้นด้อยเกินไป ศาสนาพุทธไม่ได้ด้อยอย่างนั้น ที่หลวงพ่อสอนพวกเราซ้ำแล้วซ้ำอีก ก็สอนอยู่ในเรื่องของอริยสัจนั่นเอง

เป้าหมายสูงสุดคือความดับทุกข์

เราจะทำอะไร เราก็ต้องรู้วัตถุประสงค์ว่าเราต้องการทำอะไรเพื่ออะไร ต้องชัดเจน ไม่ใช่เห็นคนอื่นเขาอยากปฏิบัติก็อยากปฏิบัติตามเขาอะไรอย่างนี้ มันไม่ได้เรื่องหรอก เราต้องรู้ว่าการปฏิบัติธรรม วัตถุประสงค์จริงๆ เพื่อถอดถอนความทุกข์ออกจากใจเราให้ได้ จุดหมายสูงสุดก็คือความดับทุกข์ มี 2 ตัว ความดับทุกข์อันนี้เป็นวัตถุประสงค์สูงสุด เป้าหมายของเราอันแรกเลยก็คือต้องพ้นทุกข์ก่อน