กำลังของจิตไม่พอ จิตไม่ตั้งมั่น เวลานั่งสมาธิจิตไม่เข้าฐาน

คำถาม:

ใจเป็นกลางมากขึ้น เป็นผู้ดูมากขึ้น แต่ก็ยังมีช่วงที่ไปคลุกอารมณ์ ไม่เป็นกลางกับความทุกข์ความสุขอยู่ ปัญหาเหมือนจะยังเป็นเรื่องกำลังไม่พอ จิตไม่ตั้งมั่น ช่วงนี้รู้สึกกระแสคนอื่นรบกวนข้างใน เหมือนกำลังหมดเร็ว การปฏิบัติในรูปแบบ เวลานั่งสมาธิจิตไม่เข้าฐาน จะได้แค่รู้สึกตัวเป็นขณะแต่ไม่รวม เหมือนจิตไม่ทราบว่าจิตถึงฐานเป็นอย่างไร ไม่แน่ใจว่าเดินตรงไหนผิดทางหรือไม่ หรือยังทำน้อยไป ขอคำแนะนำด้วยค่ะ

 

หลวงพ่อ:

จิตถึงฐานทำเอาไม่ได้ เราสั่งให้จิตถึงฐานไม่ได้ เพราะจิตเป็นอนัตตา เรารู้ทันจิตที่มันเคลื่อนไปเคลื่อนมา แล้วมันจะถึงฐานเอง แต่ตอนนี้จิตใจมันถูกกระแสที่กวนความสงบสุข ฉะนั้นเจริญเมตตาให้เยอะๆ ไว้ สวดมนต์แผ่เมตตาไปเรื่อยๆ เลย สัตว์ทั้งหลายจงเป็นสุขเถิด บริกรรมไปเรื่อยๆ จงเป็นสุขๆ เถิด จงเป็นสุขๆ เถิดอะไรอย่างนี้ว่าไปเรื่อยๆ แล้วก็ใจมันจะค่อยๆ เย็นลงมา สมาธิมันจะเกิดขึ้น พอสมาธิเกิดขึ้นการเดินปัญญามันถึงจะทำได้จริง ตอนนี้จิตมันว้าวุ่น ฉะนั้นไปเจริญเมตตาให้เยอะๆ เลย

จริงๆ ทุกคนในช่วงนี้ ควรเจริญเมตตาให้มาก เพราะว่ากระแสข่าวสารทั้งหลายมันกระตุ้นโทสะเราตลอดเวลา อย่างจริงๆ บ้านเมืองเราตอนนี้ต้องการทุ่มเทกำลังทั้งหลาย ไปช่วยกันแก้ปัญหาโรคระบาด แต่ว่าเราเสียพลังจากการทะเลาะกันเองเยอะแยะไปหมดเลย เรื่องไม่เป็นเรื่องเต็มไปหมดเลย คนที่จะทำงานก็ถูกบั่นทอนกำลังใจไปเรื่อยๆ เพื่ออะไร เพื่ออะไรก็แต่ละคนมีจุดมุ่งหมายไม่เหมือนกัน บางคนหวังดีจริงๆ ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ หมอบางคนก็ชอบให้ข้อมูล ถูกบ้างผิดบ้าง ถือว่าเป็นหมอ ไม่ใช่หน้าที่ก็ออกมาพูดอะไรอย่างนี้ มันทำให้คนเครียดมากขึ้น ไม่ใช่เรื่อง fact ล้วนๆ

เราไปห้ามทุกคนไม่ให้พูดมากไม่ได้ เราเจริญเมตตาไว้ อย่างน้อยจิตของเราสงบร่มเย็น บรรยากาศรอบๆ ตัวเราก็จะสงบร่มเย็น แล้วถ้าหลายๆ คนช่วยกันทำ ความสงบร่มเย็นก็จะแผ่ออกไป อย่างมาดูในวัดหลวงพ่อนี่สิ สงบร่มเย็น ถ้าพูดถึงมาตรฐาน เพราะทุกคนพยายามฝึกตัวเอง ไม่สนใจสิ่งเร้า ถูกเร้าแล้วก็เต้นตามโลกไป มีแต่ทุกข์ไม่มีอะไร ถ้าไม่แน่จริง ไม่รู้เรื่อง ไม่ใช่หน้าที่ ไม่ต้องพูด ไม่ต้องมีความเห็นมาก

ภาวนาของเราให้ดี การที่เราออกความเห็นมั่วซั่วไปเรื่อยๆ หรือแชร์อะไรมั่วซั่วไปเรื่อยๆ มันกระตุ้นให้สังคมส่วนรวมวุ่นวายมากขึ้น คนต้องการผู้ทำงานตอนนี้ต้องการกำลังใจ เพราะว่าร่างกายเขาเหนื่อยเต็มทีแล้ว ถ้าไม่มีกำลังใจก็ทำไม่ได้แล้ว ฉะนั้นพวกเราก็อย่าไปสร้างความเครียด ให้เกิดขึ้นในสังคมให้มากขึ้น อย่างน้อยในบ้านเรารักษาความสงบไว้ ตั้งกฎเกณฑ์ในบ้านเลยว่า เข้าบ้านห้ามพูดเรื่องการเมือง บอกไว้เลยอยู่ในบ้านห้ามพูดเรื่องการเมือง บ้านจะสงบ ค่อยๆ ฝึกไป ของหนูเจริญเมตตาไว้ แล้วมันจะดีขึ้น

 

หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
วัดสวนสันติธรรม
24 กรกฎาคม 2564

ดูลมหายใจเข้า-ออก บ่อยครั้งจะติดสมถะ

คำถาม:

ส่งการบ้านครั้งแรก ปฏิบัติตามแนวทางของหลวงพ่อมาประมาณ 3 ปี ภาวนาโดยการดูลมหายใจเข้า-ออก บ่อยครั้งจะติดสมถะ จึงเปลี่ยนมาดูร่างกาย ขอความเมตตาหลวงพ่อช่วยชี้แนะด้วยค่ะ

 

หลวงพ่อ:

ไม่ต้องแนะมากคนนี้ ที่ภาวนาอยู่ใช้ได้ ดีแล้วล่ะ จิตมันตั้งมั่นขึ้นมาเป็นผู้รู้ผู้ดู ระวังอันเดียวว่าจิตมันไม่เข้าฐาน เวลามันตั้งอยู่นี่ บางทีมันอยู่นอกฐาน ลองหายใจสิ ลองหายใจสบายๆ อย่าดึงจิต อย่าไปยุ่งกับจิต หายใจเฉยๆ รู้สึกไหม ตรงนี้กับตะกี้ไม่เหมือนกัน เมื่อกี้จิตมันยังอยู่ข้างนอก พอมันเข้ามาอยู่ตรงนี้เห็นไหมว่ามันทุกข์ มันจะเริ่มรู้ทุกข์ แต่ถ้าจิตไปอยู่ข้างนอกจะไม่เห็นทุกข์ ทำไมไม่เห็นทุกข์ ทุกข์ไม่ได้อยู่ตรงนี้ ทุกข์อยู่ที่กายที่ใจนี้

ฉะนั้นถ้าจิตเราตั้งมั่นจริงๆ จิตอยู่กับกายกับใจจริงๆ เราจะเห็นทุกข์ ถ้าไม่เห็นทุกข์ ไม่เห็นธรรม เห็นทุกข์ถึงจะเห็นธรรม แต่ที่ฝึกมานี่ใช้ได้แล้ว สมาธิของหนูนี่ดีแล้วล่ะ ฝึกมาได้ดีแล้ว ระมัดระวังอันเดียว เวลาจิตมันไม่เข้าฐาน ให้รู้ทันมัน อย่างตอนนี้จิตออกจากฐานแล้วรู้สึกไหม เวลาจิตออกจากฐานไม่ต้องทำอะไร หายใจไปสบายๆ เดี๋ยวมันเข้ามาเอง แต่ถ้าอยากจะให้มันเข้า มันจะแน่นไปหมดเลย ถ้าแน่น แสดงว่าผิดแล้ว แสดงว่าเราไปบังคับมันแล้ว นี่ตรงนี้บังคับแล้ว ไปหัดต่อ ที่ฝึกอยู่ใช้ได้ ดี

 

หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
วัดสวนสันติธรรม
18 กรกฎาคม 2564