เห็นอาการจิตเปลี่ยน เห็นการปรุงทุกข์สุขเป็นมวลกลมๆ ผุดขึ้น เห็นว่าการเห็นสภาวะต่างๆ เห็นจากสัญญา

การเห็นรูปธรรมกับนามธรรมไม่เหมือนกัน รูปธรรมเห็นรูปขณะนี้ นามธรรมเรียกปัจจุบันสันตติ นามธรรมเกิดขึ้นก่อนแล้วสติรู้ โกรธขึ้นก่อน แล้วสติรู้ว่าโกรธ สติไม่เกิดพร้อมกิเลสหรอก

เดินจงกรมหลังฟังธรรม ระหว่างเดินไม่รู้สึกง่วงหรือหน่วง แบบเวลานั่งสมาธิ แต่สังเกตว่าฟุ้งซ่านถี่กว่ามาก

การเดินจงกรม ก็คือรู้สึกร่างกายที่เดิน รู้สึกๆ รู้สึกตัว เดินจงกรมเน้นที่ความรู้สึกตัว ไม่ได้เน้นที่ระยะทาง ไม่ได้เน้นที่เวลา รู้สึกตัว พอเรารู้สึกได้สัก 3 ชั่วโมง จิตมีแรง จิตมีแรงแล้ว จิตตั้งมั่นแล้ว ก็จะเดินปัญญาได้จริง แล้วจะไม่สงสัยหรอก ว่าหลวงพ่อสอนอะไรอยู่

วิเวก

เป็นฆราวาสทำวิเวก 3 ได้ไหม ทำกายวิเวกได้ไหม ทำจิตตวิเวกได้ไหม ทำอุปธิวิเวกได้ไหม กายวิเวกไม่มีก็เพราะแส่ส่ายออกไปเอง แต่อย่างมีจิตตวิเวกตัวเดียว มันก็เหมือนมีกายวิเวกอยู่ในตัวแล้ว อยู่กับคนเยอะๆ ก็เหมือนอยู่กับอากาศธาตุ อุปธิวิเวกก็อาศัยการทำสติปัฏฐานไป มีสติรู้กายรู้ใจตามความเป็นจริง ด้วยจิตที่ตั้งมั่นและเป็นกลาง

ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร

สิ่งแรกที่พระพุทธเจ้าสอนพระปัญจวัคคีย์ ในพระสูตรพูดไม่กี่ประโยคว่า มีสิ่ง 2 สิ่ง มีธรรม 2 อย่าง ที่บรรพชิตคือผู้ปฏิบัติไม่ควรเสพ คือกามสุขัลลิกานุโยค แล้วก็อัตตกิลมถานุโยค ท่านพูดสั้นๆ พอเราเข้าสู่ทางสายกลางได้แล้ว ทำอย่างไร ท่านก็ให้เรียนรู้ สิ่งที่เรียกว่าอริยมรรคมีองค์ 8 เวลาจะปฏิบัติ ท่านสอนสัมมาทิฏฐิ อันนี้สัมมาทิฏฐิภาคปริยัติ เสร็จแล้วเราก็ลงมือปฏิบัติ ดูแลความคิดของเรา อะไรอยู่เบื้องหลังความคิด คำพูด การกระทำ คอยรู้ไปเรื่อยๆ สัมมาสังกัปปะ สัมมาวาจา สัมมากัมมันตะ สัมมาอาชีวะ ก็จะดี

หากรรมฐานที่ทำให้เกิดสติตั้งมั่นยังไม่ได้ แต่สังเกตเห็นว่าเวลาเดินจงกรมจะเห็นความคิด และรู้สึกตัวได้ดีกว่าการนั่งสมาธิ

คำถาม: ไหว้พระสวดมนต์ เดินจงกรม ทุกวันก่อนนอน นั่งสมาธิ …

Read more