ผู้มีปัญญามีพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่ง

โลกไม่มีอะไรมีแต่ทุกข์ ผู้มีปัญญาก็หาที่พึ่งที่อาศัย ที่พึ่งที่อาศัยของเราก็คือสรณะนั่นเอง ในสังสารวัฏสิ่งที่จะเป็นที่พึ่งที่อาศัยของเราได้จริงๆ ก็มีแต่พระรัตนตรัย พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ของอื่นไม่ใช่สรณะ ไม่ใช่ที่พึ่ง ที่อาศัยได้ชั่วครั้งชั่วคราว ทำอย่างไรเราจะสามารถมีพระพุทธเจ้า พระธรรม พระอริยสงฆ์มาเป็นสรณะ และเป็นที่พึ่งในจิตใจของเราได้ ตัวนี้เราจะต้องศึกษา ต้องปฏิบัติ สิ่งที่ต้องรักษาคือศีล สิ่งที่ต้องฝึกซ้อมอยู่เสมอก็เรื่องของสมาธิ สิ่งที่ต้องพัฒนาให้เจริญไปเรื่อยๆ คือปัญญา การทำ 3 อย่างนี้ 3 สิ่งนี้ จะทำให้เรามีจิตใจที่พัฒนาสูงขึ้นเรื่อยๆ สุดท้ายเราก็มีที่พึ่ง เราเข้าถึงพระพุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์

ธรรมะเป็นเรื่องธรรมดา

ธรรมดาของสิ่งที่เกิดขึ้นก็คือต้องดับทั้งหมด เรียกว่าเรามีดวงตาเห็นธรรมแล้ว ธรรมะเป็นเรื่องธรรมดา คือเราเห็นว่า “สิ่งใดสิ่งหนึ่งเกิดขึ้นเป็นธรรมดา สิ่งนั้นทั้งหมดดับเป็นธรรมดา” เห็นธรรมดา ใจยอมรับธรรมดาอันนี้ ใจจะค่อยๆ คลายออกจากทุกข์ คลายออกจากโลก คลายออกจากวัฏสงสาร

นั่งสมาธิแล้วเป็นมิจฉาสมาธิ

คำถาม:

เมื่อก่อนเดินจงกรมอย่างเดียว นั่งสมาธิไม่ได้เพราะนั่งแล้วเป็นมิจฉาสมาธิ ระหว่างวันก็บริกรรมและรู้ตัวไปด้วย อาทิตย์ที่ผ่านมาเริ่มกลับมาลองนั่งสมาธิใหม่ ก็กลับไปเหมือนเดิม พอรู้อย่างที่มันเป็นจิตมันก็แสดงให้เห็นว่ามันทำงานของมันเอง และรู้สึกตัวว่าตัวเราไม่มี แต่ลึกๆ มันบอกว่ามีตัวเราเป็นขอบๆ ของความรู้สึก ตอนเวลาควานหาตัวเราอยู่ เห็นอยู่บ่อยๆ ว่าจิตมันดีดดิ้นอยู่ตลอดเวลา ถ้าไม่มีที่ยึดจะอยู่ไม่ได้ รู้สึกเคว้ง รู้สึกว่าตัวเองเป็นตัณหาจริต และพื้นฐานจิตฟุ้งซ่าน จากการที่กลับมาภาวนาต่อเนืองได้ประมาณ 7 เดือน สังเกตได้ว่ารู้สึกตัวได้บ่อยขึ้น รู้อย่างที่มันเป็นพอได้ สติพอจะเริ่มมี แต่สมาธิไม่ดี ทำให้ความสงบไม่ค่อยเกิด อยากถามหลวงพ่อว่า ที่ดูมานี้ถูกไหมคะ

 

หลวงพ่อ :

ถูก แต่ว่าอย่าทิ้งการนั่งสมาธิต้องนั่งด้วย นั่งแล้วก็ที่มันไปเป็นมิจฉา เพราะเราไปเพ่งมัน ไปเพ่งจนจิตมันซึม โมหะมันแทรก เรานั่งไปด้วยความรู้เนื้อรู้ตัว นั่งไปสบายๆ เห็นร่างกายมันนั่ง เห็นร่างกายมันหายใจใจเราเป็นคนดู ฝึกเรื่อยๆ สมาธิมันจะได้เข้มแข็งขึ้น ตอนนี้สมาธิมันยังไม่พอ ที่ฝึกอยู่ถูกแล้ว แต่สมาธิมันไม่พอ เราจะต้องฝึกสมาธิให้ได้ในทุกอิริยาบถ เพราะเราไม่รู้ว่าเวลาเราจะตาย เราจะอยู่ในอิริยาบถอะไร บางคนตายในอิริยาบถเดินก็มี เดินๆ ข้ามถนนรถชนเปรี้ยงตายอยู่กลางอากาศเลย อย่างนั้นก็มี บางคนก็นอนตาย บางคนก็นั่งตาย

ฉะนั้นเราพยายามฝึกให้ได้ในทุกอิริยาบถ ไม่ใช่ดีเฉพาะตอนเดิน ถ้าดีเฉพาะตอนเดินแล้ววันหนึ่งป่วยเดินไม่ได้ เราจะลำบาก ต้องฝึก แล้วใน 4 อิริยาบถ อิริยาบถที่ยากที่สุดคืออิริยาบถนอน เพราะนอนภาวนาเดี๋ยวก็หลับ อันนี้เอาไว้ฝึกทีหลัง หรือไม่ก็ไว้ฝึกตอนจะนอนจริงๆ ก็แล้วไป บางคนก็ใช้วิธีเปิดซีดีหลวงพ่อแล้วก็นอนฟังไปเรื่อยๆ เพื่อจะได้หลับ อันนี้ก็ไม่เป็นไร แต่ถ้าเวลาจะปฏิบัตินั่งสมาธิ เดินจงกรม แล้วก็จะลงไปนอน ขี้เกียจเดินแล้วลงไปนอน แล้วอ้างว่าปฏิบัติอันนี้ไม่ใช่อันนั้นขี้เกียจ ฉะนั้นเราพยายามฝึกให้ได้ในทุกอิริยาบถ อย่างหลวงพ่อกลางคืนบางทีก็นอน นอนแล้วก็ภาวนาของเราไปเรื่อยๆ อยู่ได้หลายๆ ชั่วโมงก็ไม่หลับหรอก พอจะหลับเราก็คลายสมาธิออกก็จะหลับ ที่ฝึกดีขึ้นแต่สมาธิยังไม่พอ

 

หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
วัดสวนสันติธรรม
17 กรกฎาคม 2564