จิตมีโทสะเกิดถี่จนผิดสังเกต ช่วงที่นั่งสมาธิเห็นจิตส่ายไปมา ไปแอบคิด

คำถาม:

ช่วงนี้จิตมีโทสะเกิดถี่จนผิดสังเกตครับ ทำให้ต้องนั่งสมาธิเพื่อให้จิตมีกำลังมากพอ ที่จะเห็นจิตที่มีโทสะในระหว่างวัน ในช่วงหลังๆ เห็นอาการของจิตในช่วงที่นั่งสมาธิอยู่บ้างครับ คือจะเห็นจิตส่ายไปรับรู้ ส่วนต่างๆ ของร่างกายบ้าง ไปแอบคิดบ้าง โดยอาการที่จิตไปแอบคิดนี้ ส่วนใหญ่จะเห็นเป็นภาพขึ้นแวบหนึ่ง แล้วจึงแปลออกมาเป็นข้อความ หรือบางทีเห็นเป็นภาพแล้วหายไป จะวนไปอย่างนี้ตลอดช่วงของการนั่งสมาธิเลยครับ ต่างจากเมื่อก่อนที่พอนั่งสงบแล้ว จิตจะอยู่นิ่งๆ ไม่มีอาการอะไรให้เห็น ขอหลวงพ่อชี้แนะแนวทางต่อไปด้วยครับ

หลวงพ่อ:

อันแรกสุดเลยก็คือตอนนี้สมาธิไม่พอ เจริญเมตตาให้เยอะไว้ ส่วนการที่เราเห็นสภาวะของจิตใจ เห็นถูก ถ้าสมาธิพอจะดีมากๆ เลย อย่างการคิดมันคิดผ่านสัญลักษณ์ทั้งสิ้น การคิดของคน ของเทวดาก็เหมือนกัน มันจะคิดผ่านสัญลักษณ์ สัญลักษณ์ที่ใช้ในการคิด เช่นคำพูด ในนี้มันพูดขึ้นมา บางทีก็เห็นเป็นภาพ สัญลักษณ์ภาพ บางทีเป็นเสียง เป็นเสียงขึ้นมา บางทีขึ้นมาเป็นตัวหนังสือ เห็นภาพตัวหนังสือ อย่างพุทโธๆ เห็นตัวหนังสือ คือการคิดของเรามันอาศัยสัญลักษณ์คิด อันนั้นเรื่องถูกต้องแล้ว ปกติ เราสังเกตไป จิตมันคิดเรารู้ทัน มันยินดี มันยินร้าย เรารู้ทัน ตรงนั้นเราเห็นกระบวนการคิด เห็นถูกแล้ว

สังเกตไหมตอนที่ภาพมันเกิดทีแรกไม่มีกุศล ไม่มีอกุศล แล้วมันต้องมีการแปลความหมายก่อน พอแปลความหมายแล้ว มันถึงจะเกิดกุศล เกิดอกุศลได้ ตรงแปลเขาเรียกสันตีรณ หรือสัมปฏิจฉันนะ จำชื่อมันไม่ได้แล้ว มันจะแปลความ พอแปลแล้วค่อยเกิดกุศล เกิดอกุศลขึ้นมา เห็นถูกแล้ว เห็นได้ละเอียดด้วย ปัญหาเฉพาะหน้าตอนนี้ก็คือสมาธิไม่พอ ใจวุ่นวาย มันเป็นเรื่องของโลก โลกตอนนี้มันวุ่นวายเป็นอย่างนี้ล่ะ ไม่ต้องตกใจ เจริญเมตตาไว้

 

หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
วัดสวนสันติธรรม
24 กรกฎาคม 2564

สมาธิไม่พอ หลังจากเพิ่มสมาธิ ก็เห็นและรู้แล้วว่าตัวเซลฟ์ทำให้อยู่กับโลกยากมาก

คำถาม:

ปีที่แล้วหลวงพ่อให้ไปดูตัวเซลฟ์ ตัวอัตตา ทีแรกก็คิดว่าเห็น แต่จริงๆ ยังไม่เห็น ทราบภายหลังจากอาจารย์ผู้ช่วยสอนว่าสมาธิไม่พอ หลังจากเพิ่มสมาธิ ก็เห็นและรู้แล้วว่าที่ลูกเข้ากับคนได้ยากก็เป็นเพราะตัวเซลฟ์นี้ และทำให้อยู่กับโลกยากมาก ขอหลวงพ่อชี้แนะต่อด้วยค่ะ

 

หลวงพ่อ:

ใช่ ที่ทำอยู่อย่างนั้นล่ะ ถูกแล้ว การที่เราจะเห็นว่าเรามีเซลฟ์ เซลฟ์ก็ไม่ใช่เรา จิตเราก็ต้องมีสมาธิพอ ฉะนั้นทุกวันต้องทำในรูปแบบ เราจะได้จิตที่มีกำลังขึ้นมา ฉะนั้นที่ผู้ช่วยสอนเขาสอนก็ถูกแล้วล่ะ สมาธิเป็นของที่ทิ้งไม่ได้ ฆราวาสนี่มีจุดอ่อนตรงที่ขาดสมาธิกับขาดความต่อเนื่อง 2 ตัวนี้เป็นปัญหาใหญ่ของฆราวาส นี้ถ้าเราจะแก้ปัญหาก็คือเรามีวินัย ทุกวันต้องปฏิบัติ ทุกวันทำในรูปแบบอะไรอย่างนี้ เราก็จะมีความต่อเนื่อง แล้วก็มีสมาธิขึ้นมา แล้วก็กำลังเราดีขึ้นมาแล้ว

อยู่ในชีวิตประจำวันเราจะเจริญสติ เจริญปัญญาได้ ถ้าสมาธิเราไม่พอ เราดูสภาวะไม่รู้เรื่องหรอก มันเหมือนน้ำกระเพื่อม เรามองไม่เห็นว่าก้นสระน้ำนี้มีอะไร แต่ถ้าน้ำมันนิ่ง เรามองทะลุลงไปเห็นก้นสระน้ำได้ ฉะนั้นเราจะเห็นสิ่งที่ซ่อนอยู่ในจิตในใจเราเอง มานะอัตตาที่ซ่อนอยู่ในจิตในใจอะไรอย่างนี้ จิตเราก็ต้องนิ่งพอ สงบพอ ฉะนั้นเราทิ้งสมาธิไม่ได้หรอก ทุกวันก็ต้องฝึกไว้ เราถึงจะเห็นสภาวะได้ชัด พอเห็นแล้ว เราก็รู้ว่านี่มันไม่ดีไม่งาม ถ้าจิตมันรู้เท่ารู้ทัน เดี๋ยวจิตมันค่อยๆ ละ ถ้าเราละเรื่องเซลฟ์จัดได้ ต่อไปเราจะเข้ากับคนอื่นได้ เราจะมีเพื่อนมากขึ้น คนเซลฟ์จัดไม่มีเพื่อนหรอก คนเซลฟ์จัดไม่มีใครชอบหรอก ทำไมคนไม่ชอบคนเซลฟ์จัด เพราะทุกคนเซลฟ์จัด เซลฟ์มันชนกัน

ถ้าเราฝึกของเรา ไม่เซลฟ์จัด เราอยู่ตรงไหน เราก็มีความสงบสุข มันจะเหลือแต่เหตุผล คนอื่นเขาเสนอความเห็นมา ถ้าเป็นสมัยเซลฟ์จัด เราก็จะรู้สึกไม่ถูก เราเท่านั้นที่ถูก พอเราลดเรื่องเซลฟ์จัดได้ เราจะฟัง นี่เป็นความเห็นที่ดี เราก็รู้จักเอามาใช้ประโยชน์ มันมีประโยชน์เยอะเรื่องกรรมฐาน เอาไปใช้ได้จริงๆ เลย เราเข้ากับโลกได้ เข้ากับคนได้ อยู่อย่างรู้เท่าทัน ไม่ใช่อยู่แบบบ้าเลือด พวกเซลฟ์จัดนี่มันคล้ายๆ หมาบ้า เจออะไรมันกัดแหลกเลย อะไรมากระทบก็ไม่พอใจ กัดเละเทะไปหมด นี้เราไม่ใช่หมาบ้า เราภาวนา เราจะเป็นคน เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์มากขึ้นๆ ดี ที่ฝึกอยู่ใช้ได้

 

หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
วัดสวนสันติธรรม
18 กรกฎาคม 2564