เจริญแล้วเสื่อม

ภาวนารู้สึกวันนี้ดีวันนี้ไม่ดี อย่างนี้ใช้ไม่ได้
เพราะว่าปัญญา คือความเข้าใจไม่เกิด
ถ้าปัญญาเกิดจะเห็นเลย จิตเจริญเราเสื่อม เป็นเรื่องธรรมดา
สิ่งใดเกิดสิ่งนั้นก็ดับ เป็นเรื่องธรรมดา
จิตเข้าสู่ความเป็นกลางจะพ้นจากความเจริญและความเสื่อม
หมายถึงว่าความเจริญเกิดขึ้นก็ไม่หวั่นไหว
ความเสื่อมเกิดขึ้นก็ไม่หวั่นไหว

สักว่ารู้ว่าเห็น

เจริญแล้วเสื่อมไม่ใช่ปัญหา เป็นสภาวะ
สิ่งใดเกิดสิ่งนั้นก็ดับ
ดีเกิดได้ดีก็ดับ
ชั่วเกิดได้ ชั่วก็ดับเหมือนกัน
เพราะฉะนั้นดีกับชั่วไม่ใช่สาระสำคัญ
เป็นแค่สภาวะที่เราไปรู้ไปเห็นเข้า
จุดที่สำคัญก็คือ จิตยินดีไหมยินร้ายไหม
ต่อสภาวะแต่ละอันนั้น
รู้ทันไปเรื่อยๆ จิตจะเป็นกลางโดยที่ไม่ได้บังคับ
พอจิตเป็นกลางแล้ว เราก็เห็นสภาวะทำงานต่อไป
จิตเป็นกลางแล้วจะเกิดความเข้าใจขึ้นมา
ถ้าจิตยังยินดียินร้าย จิตจะดิ้นรน จิตจะไม่สักว่ารู้ว่าเห็น
ถ้าจิตไม่ยินดียินร้ายแล้ว จิตจะสักว่ารู้ว่าเห็นสภาวะ
จะเข้าใจไตรลักษณ์ขึ้นมาได้

พระธรรมเทศนาหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม วันที่ ๑๓ เมษายน ๒๕๖๐ (600413B)

การเตรียมใจภาวนา

ที่ไม่เคยมีศีลก็ให้มีศีล ไม่เคยมีสมาธิก็ให้มันมีบ้าง ไม่เคยเจริญปัญญาที่จะคอยรู้กายรู้ใจก็ให้มาหัดที่จะคอยรู้กายรู้ใจบ้าง คอยรู้สึกอยู่ที่กายคอยรู้สึกอยู่ที่ใจ อย่าไปวาดภาพการปฏิบัติธรรมว่าคือ การนั่งหลับหูหลับตา การปฏิบัติธรรมไม่ใช่การไปเดินจงกรมหามรุ่งหามค่ำ แต่การปฏิบัติธรรมที่แท้จริงก็คือการมีสติ คนไหนชอบรู้ลมหายใจ ก็ให้มีสติหายใจเข้า มีสติหายใจออก มีสติไปเรื่อย

เห็นทุกข์ก็จะเห็นธรรม

เรื่องธรรมดานะ ท่านอายุมากแล้ว มีชีวิตอยู่ อายุเยอะๆ ไม่สบายนะ
ร่างกายช่วยตัวเองไม่ได้ มีแต่เรื่องเจ็บตัวตลอด
ไม่ใช่ชีวิตเป็นของวิเศษวิโสหรอก

ในส่วนตัวท่าน ท่านสบายของท่านอยู่แล้ว เพราะความดีท่านทำมาเยอะแล้ว
ที่ว้าวุ่นใจคือพวกเราเอง เราไม่มั่นใจในความดีของเราเอง
เราหวังจะพึ่งท่าน ไปๆ มาๆ รักตัวเองเยอะ

Page 4 of 5
1 2 3 4 5