หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช

มีสติ รู้กาย รู้ใจ ตามความเป็นจริง ด้วยจิตที่ตั้งมั่นและเป็นกลาง

หลักของการปฏิบัติที่จะให้เกิดสติปัญญาแท้ๆ เกิดมรรคเกิดผลได้ มีไม่มากหรอก จำหลักสั้นๆ ไว้นิดเดียว
ให้เรามีสติ รู้กาย รู้ใจ ตามความเป็นจริง ด้วยจิตที่ตั้งมั่นและเป็นกลาง
หลวงพ่อไปรวบรวมหลักของการทำวิปัสสนากรรมฐาน ย่อลงมาเหลือเท่านี้เอง
ถ้าพูดให้ถูกๆ ก็มีสติรู้รูป รู้นาม ตามความเป็นจริง ด้วยจิตที่ตั้งมั่นและเป็นกลาง
รูปธรรม นามธรรมนั่นเอง
เรียนรู้รูปธรรมนามธรรมที่ประกอบกันเป็นตัวเรา

ส่วนหนึ่งของพระธรรมเทศนา หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วันที่ ๑๐ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๓
จากซีดีแสดงธรรม ณ วัดสวนสันติธรรม แผ่นที่ ๓๗ ไฟล์ 531010A

เดินจิตในทางสายกลาง

เดินจิตในทางสายกลาง

กิเลสเกิดขึ้นในใจเรา เราต้องไม่ตึงไปแล้วก็ไม่หย่อนไป หย่อนไปคือตามใจกิเลส ตึงไปก็คือพยายามละกิเลส กิเลสนั้นไม่ต้องละ กิเลสอยู่ในสังขารขันธ์อยู่ในกองทุกข์ หน้าที่ต่อทุกข์คือการรู้ไม่ใช่การละ ฉะนั้นจิตมีราคะขึ้นมา ท่านถึงบอกว่า จิตมีราคะให้รู้ว่ามีราคะ ... อ่านต่อ
มงคลชีวิต

มงคลชีวิต

ธรรมะที่พระพุทธเจ้าสอน ไม่ใช่มีแต่ธรรมะระดับพ้นโลก ธรรมะที่จะอยู่กับโลกอย่างมีความสุขท่านก็สอนเอาไว้ ฉะนั้นเราลองไปสังเกตในมงคลสูตรก็ได้ ดูสักสูตรหนึ่ง อะไรที่ท่านบอกให้ปฏิบัติ เราก็ปฏิบัติ อะไรที่ท่านห้าม เราก็อย่าไปทำ ชีวิตเราก็จะเจริญ มีความสุข มี ... อ่านต่อ
รู้อะไรไม่สู้รู้จักจิตตนเอง

รู้อะไรไม่สู้รู้จักจิตตนเอง

เวลาเราภาวนา อะไรๆ ก็สู้การอ่านจิตอ่านใจตนเองไปไม่ได้ หลวงพ่อพูดไม่ได้พูดเอาเอง ครูบาอาจารย์นับตั้งแต่พระพุทธเจ้าลงมา ท่านก็สอนมาตลอด “จิตเป็นใหญ่ จิตเป็นหัวหน้า จิตเป็นประธาน” หรือครูบาอาจารย์ท่านก็สอน อย่างหลวงปู่มั่นท่านก็บอก “ได้จิตก็ได้ธรรม ไม่ไ ... อ่านต่อ
กายมีแต่ทุกข์ จิตมีแต่ภาระ

กายมีแต่ทุกข์ จิตมีแต่ภาระ

มีร่างกาย มันก็มีภาระ มีผมก็มีภาระ มีขนก็มีภาระ อย่างต้องโกนหนวดโกนเครา โกนขนรักแร้ โกนขนหน้าแข้ง ผิวหนังมีรูพรุนๆ อยู่ทั้งตัวเลย ผิวหนังมีของโสโครกไหลออกมาตลอดเวลา สวยแค่ไหน ไม่อาบน้ำสัก 2 - 3 วัน ก็ไม่มีใครเขาเข้าใกล้แล้ว เหงื่อไคลสกปรกโสโครก เป็นข ... อ่านต่อ
หัวใจของการปฏิบัติคือการมีสติในชีวิตประจำวัน

หัวใจของการปฏิบัติคือการมีสติในชีวิตประจำวัน

ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ กระทบอารมณ์ จิตเกิดสุข เกิดทุกข์ รู้ทัน จิตเกิดกุศล เกิดโลภ โกรธ หลง รู้ทัน จิตมีปฏิกิริยายินดี ยินร้าย รู้ทัน สังเกตอย่างนี้ในชีวิตจริงๆ นี่คือหัวใจของการปฏิบัติในชีวิตประจำวัน ถึงเวลาเราก็นั่งสมาธิ ไหว้พระ สวดมนต์ นั่งสมาธิ เ ... อ่านต่อ
พัฒนาจิตให้เป็นผู้เห็น

พัฒนาจิตให้เป็นผู้เห็น

เมื่อวานหลวงพ่อบอกเรื่องจะเปิดให้จองเข้ามาฟังธรรม ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม บางคนเสียอกเสียใจเพราะมีเงื่อนไขว่าต้องฉีดวัคซีน 3 เข็ม บางคนบอกฉีด 2 เข็มได้ไหม เข็มหนึ่งได้ไหม หลวงพ่อไม่อยากให้พวกเราเข้ามาในวัด แล้วก็ติดเชื้อกลับบ้านไป ในวัดคนเยอะ แลกเปลี่ยนเ ... อ่านต่อ
ความสุขจากการปฏิบัติธรรม

ความสุขจากการปฏิบัติธรรม

เราปฏิบัติธรรมเราก็จะมีความสุข เราถือศีลเราก็มีความสุข เราทำสมาธิเราก็มีความสุข เราเจริญปัญญาเราก็มีความสุข แต่ความสุขมันของศีล ของสมาธิ ของปัญญา มันก็ยังไม่เหมือนกันทีเดียว อย่างเรารักษาศีลไว้ได้ดี พอเรานึกถึงเรารักษาศีลมาอย่างดี พยายามจะไม่ทำผิดศีล ... อ่านต่อ
การพัฒนาองค์มรรค

การพัฒนาองค์มรรค

พัฒนาองค์มรรคทั้งหลาย เพื่อวันหนึ่งเราจะได้รู้ทันสภาวะทั้งหลายตามความเป็นจริง เราจะเห็นเลยว่ารูปธรรมทั้งหลายเกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป มีเหตุก็เกิด หมดเหตุก็ดับบังคับไม่ได้ นามธรรมทั้งหลายเกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป มีเหตุก็เกิด หมดเหตุก็ดับบังคับไม่ได้เหมื ... อ่านต่อ
โลกวุ่นวาย เราไม่วุ่นวายไปกับโลก

โลกวุ่นวาย เราไม่วุ่นวายไปกับโลก

เราฝึกตัวเองทุกวันๆ ศีลต้องรักษา สมาธิคือการทำในรูปแบบ ต้องทำ ต้องมีเครื่องอยู่ของจิต แล้วก็คอยรู้เท่าทันจิตใจของเราเป็นอย่างไร คอยรู้เท่าทัน สติมันจะเกิด สมาธิมันก็เกิด ปัญญามันก็เกิด สุดท้ายวิมุตติมันก็เกิด อยากดูว่ากฎแห่งกรรมมีไหม ดูที่จิตเรานี่ล่ ... อ่านต่อ

 

การปฏิบัติธรรมมี ๓ อัน อันแรก เราต้องรักษาศีล ๕ ข้อไว้ อันที่สอง คือการทำในรูปแบบ อันที่สาม คือการทำในชีวิตประจำวัน ต้องทำ

ครูบาอาจารย์ท่านสอน หัวใจของการปฏิบัติ คือ การปฏิบัติในชีวิตประจำวัน เพราะว่าชีวิตส่วนใหญ่ของเราอยู่ธรรมดานี่เอง เราไม่ได้นั่งเข้าฌานอยู่ที่ไหนเมื่อไร วันๆ หนึ่งจะทำสมาธิ เดินจงกรมได้สักเท่าไร โดยเฉพาะฆราวาส ทำได้ไม่มาก ชีวิตส่วนใหญ่เราอยู่กับโลกธรรมดานี่เอง

ถ้าเราสามารถหลอมรวมการปฏิบัติเข้าในชีวิตธรรมดาของเรานี้ได้ เราก็จะไปได้เร็วมาก ไม่แพ้พระ ในขั้นต้นๆ โสดาฯ สกาทาคาฯ ฆราวาสไม่แพ้พระหรอกในเรื่องของความเร็ว ถ้ารู้หลักของการปฏิบัติ แล้วตั้งใจปฏิบัติจริงๆ อาจจะเร็วกว่าพระด้วยซ้ำไป”

พระธรรมเทศนาหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช แผ่นที่ ๗๘ วันที่ ๗ ตุลาคม ๒๕๖๑ (ไฟล์ 611007A)

 

ธรรมะหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ช่วงส่งการบ้าน

 

ปฏิบัติบูชา

การภาวนาไม่ต้องกลัวหรอก ทำไปเถอะ ปฏิบัติให้สม่ำเสมอทุกวันๆ แล้วก็สังเกตใจของเราไป ที่เราปฏิบัติอยู่นี่ เราทำด้วยความโลภไหม ถ้าโลภเราก็อยากได้ผลเยอะๆ อยากได้ผลเร็วๆ อยากทีไรก็ทุกข์ทุกที ฉะนั้นเราก็ปรับใจใหม่ เราไม่ได้ปฏิบัติเพื่อเอาอะไร แต่ปฏิบัติเป็นพุทธบูชาไปเท่านั้นเอง เหมือนเราจัดดอกไม้บูชาพระไม่ได้หวังว่าจะต้องได้อะไร ฉะนั้นปฏิบัติไม่คาดหวังว่าจะได้อะไร ทำให้สม่ำเสมอทุกวันๆ ... อ่านต่อ

บางทีเห็นสิ่งที่ถูกรู้ไม่ใช่เรา จิตยังไม่เป็นกลาง

ในขั้นของการปฏิบัติ ในขั้นที่เรายังเจริญปัญญาอยู่ เราจำเป็นต้องมีผู้รู้เพื่อตัดชีวิตเราให้ขาดเป็นช่วงๆ ไม่ใช่เป็นผู้หลงอันเดียว ตั้งแต่เกิดจนตาย แต่มันจะเกิดดับๆๆ ตัวรู้ทำให้จิตมันขาดช่วงจากจิตหลง มีจิตรู้ปุ๊บ จิตหลงดับอะไรอย่างนี้ หรือมีจิตรู้ขึ้นมา จิตโกรธก็ดับ จะเห็นจิตขาดช่วงไปเรื่อยๆ สุดท้ายมันก็จะเห็นว่าจิตทั้งหมด กระทั่งตัวจิตผู้รู้ก็ไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา ต้องเห็นมาถึงตรงนี้ ถึงจะผ่านไปวางจิตได้ ... อ่านต่อ

จิตเฉยกับโลกมากขึ้น รู้ทันสภาวะอารมณ์มากขึ้น แต่ยังต่อสู้กับกิเลสแรงๆ ไม่ได้

เฉยมีหลายเฉยนะ เฉยเพราะปัญญาก็มี เฉยเพราะติดนิ่งก็มี ให้จิตทำงานเห็นไตรลักษณ์ของรูปของนาม แล้วจิตมันเป็นกลาง มันนิ่ง มันเฉย ด้วยความเป็นกลาง ด้วยสติ ด้วยปัญญา อันนี้ใช้ได้ แต่ไม่ใช่ภาวนาแล้วเราไปแต่งจิตให้มันนิ่งๆ ซึมๆ ไป อย่างนั้นไม่ดี ภาวนาแล้วไม่ปรุงแต่งจิต แต่ภาวนาแล้วรู้ทันจิตถึงจะใช้ได้ ไปแต่งจิตให้ซึมแล้วคิดว่าดี ที่แท้เราไปปรุงแต่งจิต เราไม่ได้รู้ทันความปรุงแต่งของจิต เราไปปรุงแต่งจิตเสียเอง 2 อันนี้ไม่เหมือนกันต้องระวัง ฉะนั้นจิตที่ดี คือจิตที่เราไม่ได้ปรุงแต่งมัน แล้วเรารู้จิตนั้นอย่างที่มันเป็นไป การที่เรามีวิหารธรรม จิตสงบของจิตเอง ไม่ใช่เราจงใจแต่งให้สงบ ... อ่านต่อ

รู้สึกร่างกายจิตใจอารมณ์ที่เกิดขึ้นเป็นคนละส่วนกัน รู้สึกจิตที่ไหลไปคิดทำให้เกิดทุกข์

เวลาเราทำสมาธิแล้วเราดูจิตใจ เราไปแต่งจิตให้มันนิ่งๆ จะซึมๆ เห็นอะไรไหวๆ เรานึกว่าเดินปัญญา ที่จริงจิตไม่มีกำลังพอ เพราะฉะนั้นเวลานั่ง นั่งรู้สึก ไม่นั่งแล้วแต่งจิตให้เคลิ้ม ไม่ต้องไปแต่งให้มันเบลอๆ ลงไป ตรงนั้นไม่ดี ตรงนั้นจะทำให้โมหะของเราเยอะขึ้น แล้วเรานึกว่าเราเดินปัญญาอยู่ เห็นโน้นเห็นนี้วอบแวบๆ จิตไม่มีแรงที่จะละกิเลสหรอก ฉะนั้นเรื่องสมาธิเป็นเรื่องใหญ่ เราเรียนรู้เท่าทันจิตใจของเรา สมาธิที่ถูกมันจะเกิด ใช้จิตปกติไปรู้อารมณ์ ใช้จิตที่ปกติที่สุดเลย เราจะไม่ปล่อยจิตให้มันไหลลงไปอย่างนั้น เดี๋ยวมันเคยตัว เคยตัวแล้วต้องนั่งแก้ ... อ่านต่อ

เอามีดทื่อไปฟันต้นไม้

ที่ดูจิตเดี๋ยวก็รู้ เดี๋ยวก็หลง ปัญญามันจะเกิด ถ้าเราไม่มีสมาธิพอ เราเจริญปัญญาไป ครูบาอาจารย์ท่านเปรียบเทียบ เหมือนเรามีมีดทื่อๆ อยู่เล่มหนึ่ง เราเอาไปผ่าฟืน ไปตัดต้นไม้ แป๊กๆๆ ไม่เข้าหรอก เราก็ต้องหยุดลับมีดก่อน การลับมีดก็คือการทำสมาธิ พอจิตเรามีสมาธิ มันเหมือนเรามีมีดคมๆ ฟันฉับเดียวขาดเลย ฉะนั้นถ้าเราเดินปัญญารวดไปเลย เหมือนเอามีดทื่อไปฟันต้นไม้ ไม่มีประโยชน์อะไร เหนื่อยเปล่า เดินปัญญาก็ต้องรู้จักพักบ้าง เดินปัญญาอย่างเดียวมันจะฟุ้งซ่าน ... อ่านต่อ

เห็นจิตแน่นได้เอง หายเเน่นเอง ไม่ชอบเวลาแน่น เห็นว่าชอบเวลาไม่แน่น

ที่หนูทำนั้นเป็นการเจริญปัญญา ทำได้ดี การเจริญปัญญาถ้าทำรวดไปเลย จิตไม่ได้พัก ถึงจุดหนึ่งจิตจะไม่มีกำลังมันจะฟุ้งซ่าน พอจิตมันเหนื่อยขึ้นมามันจะไปติดอยู่ในว่างๆ สว่างว่างๆ เฉยๆ เพราะจิตมันพักไม่พอ เพราะอย่างนั้นมาทำสมาธิให้มันเป็นเรื่องเป็นราว นั่งหายใจเข้าพุท หายใจออกโธ ถึงเวลาเราก็ทำไปเรื่อยๆ ไม่ได้ทำด้วยความอยาก สงบก็ช่างไม่สงบก็ช่าง แต่จิตจะได้พัก จิตได้พักแล้วเราจะเห็นสภาวะทำงานได้ดี ... อ่านต่อ

ทุกวันปฏิบัติในรูปแบบ ระหว่างวันใช้เห็นจิตหลงแล้วตามรู้ ส่วนใหญ่จิตหลงไปคิดทั้งวัน

ทำถูกแล้วก็ทำสม่ำเสมอ ฝึกให้สม่ำเสมอ มันก็จะพัฒนามากขึ้นๆ รู้ทันการทำงานของจิตไปเรื่อยๆ หายใจไปพุทโธไปเป็นเครื่องอยู่ เป็นเครื่องสังเกตเมื่อไรจิตมันหนีไป มันก็จะลืมหายใจ ลืมพุทโธ เพราะฉะนั้นที่เราหายใจ เราพุทโธ เพื่อเป็นเครื่องสังเกตจิตเท่านั้นเอง ไม่ใช่เป็นเครื่องบังคับจิต ถ้าบังคับจิตเดี๋ยวจิตเครียด สมาธิก็ไม่เกิดหรอก สมาธิไม่เกิดปัญญาก็ไม่เกิด ... อ่านต่อ

ปฏิบัติในรูปแบบทุกวัน ยังฟุ้งซ่านบ่อย เคยเห็นจิตวิ่งไปดูมือแต่เป็นเหมือนมือคนแก่

เราภาวนา ไม่ได้มุ่งไปสร้างภพสร้างชาติอะไรขึ้นมาอีก ถ้าภาวนาแล้วเราไปสร้างภพ แสดงว่าไปด้วยตัณหาแล้ว ถ้าเราไปด้วยฉันทะ เราพอใจที่จะปฏิบัติตามที่พระพุทธเจ้าสอน เราพึงพอใจได้นั่งสมาธิ เดินจงกรม ได้ทำทาน ได้รักษาศีล ได้แยกรูปแยกนาม พระพุทธเจ้าสอนไว้เราทำตามด้วยความพอใจ ได้ปฏิบัติในสิ่งที่พระพุทธเจ้าสอน ไม่ใช่เพื่อเอาอะไรทั้งสิ้น ถ้าปฏิบัติเพื่อเอาคือตัณหา ปฏิบัติเพื่อจะลดละ ปล่อยวาง คือตัวฉันทะ ฉะนั้นเราสังเกตใจตัวเราเองไปเรื่อยๆ ภาวนาไป เรียนรู้มันไป ... อ่านต่อ

บางวันพอเห็นรูปนามแสดงไตรลักษณ์ได้บ้าง แต่บางวันเหมือนภาวนาไม่เป็น

ถ้าเราจงใจจะให้จิตมีกำลัง แต่เราไปจงใจตั้งอยู่อย่างนี้ กำลังของจิตยังไม่เยอะพอหรอก เพราะว่าจิตใช้พลังงานอยู่ตลอดเวลา มันเหมือนเรามีมือถือ ตอนนี้เราบอกเราไม่ได้ใช้งาน แต่มันก็กินแบตเตอรี่ ไปเรื่อยๆ เราก็ชัตดาวน์มันเสีย เพราะฉะนั้นเราไม่ไปปรุงอะไรขึ้นมา นี่ก็เป็นภพๆ หนึ่งที่จิตปรุงขึ้นมา คลายออกมาเป็นจิตธรรมดา จิตธรรมดาจะไม่ค่อยใช้พลังงานเท่าไร จิตจะค่อยๆ สะสมพลัง พลังงานมันจะเยอะขึ้นๆ แล้วมันจะตั้งมั่นเด่นดวงโดยที่เราไม่ได้เจตนาทำขึ้นมา ... อ่านต่อ

ไม่ชอบสภาวะที่เกิด ปัญหาคือใจก็ยังวางไม่ได้ ใจยังคงเข้าไปคลุกกับอารมณ์อยู่

ปฏิบัติต่อไป การวางเป็นหน้าที่ของปัญญา ไม่ใช่หน้าที่ของเรา เราสั่งให้จิตวางอะไรไม่ได้หรอก แต่ถ้าปัญญามันเกิด จิตมันวางของมันเอง อย่างมันเห็นความจริงว่าร่างกายเป็นทุกข์ จิตมันวางของมันเอง ฉะนั้นเราสั่งให้วางไม่ได้ ตัวที่ทำหน้าที่ละ หน้าที่วางคือตัวปัญญา เราก็สะสมของเราไป การภาวนามันเหมือนการเรียนหนังสือ กว่าเราจะได้ปริญญาตรีเราเรียนมาตั้งแต่ชั้นอนุบาล ชั้นประถม นานเป็นสิบๆ ปีเลย กว่าจะได้ปริญญาสักใบหนึ่ง กว่าจะได้เป็นพระโสดาบัน ภาวนากันนาน กว่าจะได้ สะสมกันหลายภพหลายชาติ ค่อยๆ ฝึกทุกวันๆ เมื่อไรเราจะแยกขันธ์ได้ พอเราเห็นพัฒนาการมาเรื่อยๆ จนขันธ์มันแยกได้แล้ว ก็ไม่ต้องสนใจแล้วเมื่อไรจะบรรลุมรรคผล มันบรรลุเอง แยกขันธ์แล้วเห็นขันธ์ทำงานไป แล้วถึงวันหนึ่งมันก็บรรลุมรรคผลของมันเอง อย่าใจร้อน ใจร้อนไม่มีอะไรที่เป็นประโยชน์ นอกจากมาบั่นทอนจิตใจของเราเองให้หมดกำลังใจ ... อ่านต่อ

 

 

ประกาศวัดสวนสันติธรรม 17 มิถุนายน 2565

(วันที่ 17 มิถุนายน 2565)

ตามที่วัดสวนสันติธรรมได้ประกาศปิดวัดสวนสันติธรรม เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2565 เพื่อตอบสนองต่อมาตรการป้องกันโรคโควิด-19 ของทางราชการนั้น
ขณะนี้สถานการณ์โรคระบาดได้ผ่อนคลายลงแล้ว วัดสวนสันติธรรมจึงขอแจ้งให้สาธุชนทั้งหลายทราบ ดังนี้

  1. เปิดให้สาธุชนเข้าวัดสวนสันติธรรมได้ทุกวัน ระหว่างเวลา 7.00 – 16.00 น.
  2. เปิดให้ทุกท่านเข้าฟังธรรมในศาลาใหญ่ได้ โดยใช้ระบบการจอง ซึ่งดำเนินการโดย มูลนิธิสื่อธรรมหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช ทั้งนี้ผู้มีสิทธิ์จองจะต้องฉีดวัคซีนแล้วอย่างน้อย 3 เข็ม ซึ่งทางมูลนิธิฯจะประกาศวิธีการลงชื่อขอเข้าฟังธรรมให้ทราบต่อไป
  3. ทุกท่านจะต้องสวมหน้ากากตลอดเวลาที่อยู่ในวัดสวนสันติธรรม ยกเว้นเวลารับประทานอาหาร
  4. ท่านที่ประสงค์จะรับประทานอาหารจากโรงอาหาร ขอให้จัดเตรียมกล่องบรรจุอาหารและช้อนของท่านไปเอง ให้รักษาระยะห่างในการตักอาหาร แยกย้ายกันรับประทาน และเมื่อรับประทานเสร็จแล้ว ขอให้นำภาชนะและช้อนกลับไปล้างที่บ้านของท่าน
  5. พระภิกษุสามเณรที่เดินทางไปฟังธรรม ณ วัดสวนสันติธรรม นิมนต์ฉันภัตตาหารได้ที่โรงอาหาร 2 ในเวลาประมาณ 8.00 น. และนั่งฟังธรรม ณ ที่นั้นต่อไป ยกเว้นพระมหาเถระที่มีอายุพรรษาตั้งแต่ 20 พรรษาขึ้นไป นิมนต์เข้าไปนั่งในศาลาใหญ่ได้ และเมื่อหลวงพ่อปราโมทย์แสดงธรรมจบแล้ว จึงนิมนต์อาคันตุกะทุกรูป เข้าพบหลวงพ่อปราโมทย์ได้
  6. วัดสวนสันติธรรม ยังจัดให้มีการไลฟ์สดการแสดงธรรม ทั้งภาษาไทย ภาษาจีน และภาษาอังกฤษ ส่วนการส่งการบ้านกับหลวงพ่อปราโมทย์จะใช้ระบบ Zoom เพื่อเปิดโอกาสให้ทุกท่านทั่วโลกได้ส่งการบ้านอย่างเท่าเทียมกัน สำหรับท่านที่ได้เข้าฟังธรรมในศาลาใหญ่ สามารถส่งการบ้านกับผู้ช่วยสอนที่อยู่ในศาลาใหญ่ได้ หลังจบการแสดงธรรม

ทั้งนี้ตั้งแต่วันที่ 2 กรกฎาคม 2565 เป็นต้นไป