เรื่องเรียบง่ายและธรรมดาที่เรียกว่าธรรมะ

“ธรรมะจริงๆ ง่ายมากเลย ง่ายเแบบเป็นเรื่องธรรมดาที่สุดเลย เป็นเรื่องใกล้ตัวที่สุด คือเรื่องของตัวเราเองนี่เอง เรื่องของกายเรื่องของใจนี่เอง ทีนี้เราไปวาดภาพธรรมะเอาไว้จนยุ่งเหยิง เราคิดว่าการปฏิบัติธรรมนั้นต้องทำอะไรที่เหนือธรรมดา แล้ววันหนึ่งจะได้สิ่งที่เหนือธรรมดา อันนั้นเข้าใจผิด

การปฏิบัติธรรมจริงๆ ก็คือการศึกษาธรรมะนั่นเอง ธรรมะก็คือกายกับใจ กายเรียกว่ารูปธรรม ใจเรียกว่านามธรรม ให้เราศึกษากาย ศึกษาใจ ศึกษาไปเรื่อย ตามดูว่าความเป็นจริงของกายเป็นยังไง ความเป็นจริงของใจเป็นยังไง ตัวความเป็นจริงนั่นแหละ ตัวธรรมะ ถ้าเข้าใจความเป็นจริงของกายของใจ ก็คือเข้าถึงธรรมะ

ถ้าวันใดเข้าใจธรรมะแล้ว เห็นว่ากายกับใจไม่ใช่ตัวเรา อันนี้แหละที่เรียกว่ามีดวงตาเห็นธรรม พระโสดาบันมีดวงตาเห็นธรรม คือได้เห็นความจริงว่ากายกับใจไม่ใช่เรา ตัวเราไม่มี…”

หลักปฏิบัติสำหรับผู้เริ่มต้น

หลักปฏิบัติสำหรับผู้เริ่มต้น

ช่วงนี้คนที่มาใหม่ๆ มีเยอะ หลายคนหลวงพ่อไม่เคยเห็นหน้า ที่มาใหม่ๆ นี่ ส่วนใหญ่ฟังซีดี ดูยูทูป (youtube) มา แถมภาวนาได้ด้วย จำนวนมากเลยที่มาครั้งแรก มาด้วยความมั่นใจ มาส่งการบ้านด้วยความมั่นใจ เข้าใจว่าพระพุทธเจ้าสอนอะไร อาศัยเคล็ดลับที่หลวงพ่อสอนให้พวกเราหัดเจริญสติ หัดเจริญไปเรื่อยนะ ได้สติ ได้ศีล ได้สมาธิ ได้ปัญญาขึ้นมา แล้วก็เริ่มรู้ว่าพระพุทธเจ้าสอนอะไร รู้แล้วก็เกิดความมั่นใจ เส้นทางที่ท่านให้ไว้นี่ดีจริงๆ ควรจะเดินตาม มีศรัทธาขึ้นมา พากเพียรปฏิบัติ บางคนมาขอบคุณหลวงพ่อ ไม่สงสัย ได้ฟั ... คลิกเพื่ออ่านต่อ
การเตรียมใจภาวนา

การเตรียมใจภาวนา

ที่ไม่เคยมีศีลก็ให้มีศีล ไม่เคยมีสมาธิก็ให้มันมีบ้าง ไม่เคยเจริญปัญญาที่จะคอยรู้กายรู้ใจก็ให้มาหัดที่จะคอยรู้กายรู้ใจบ้าง คอยรู้สึกอยู่ที่กายคอยรู้สึกอยู่ที่ใจ อย่าไปวาดภาพการปฏิบัติธรรมว่าคือ การนั่งหลับหูหลับตา การปฏิบัติธรรมไม่ใช่การไปเดินจงกรมหามรุ่งหามค่ำ แต่การปฏิบัติธรรมที่แท้จริงก็คือการมีสติ คนไหนชอบรู้ลมหายใจ ก็ให้มีสติหายใจเข้า มีสติหายใจออก มีสติไปเรื่อย ... คลิกเพื่ออ่านต่อ
แด่เธอผู้มาใหม่: เรื่องเรียบง่ายและธรรมดาที่เรียกว่าธรรมะ

แด่เธอผู้มาใหม่: เรื่องเรียบง่ายและธรรมดาที่เรียกว่าธรรมะ

เป็นการยากที่เราจะเห็นได้ว่า ธรรมะเป็นเรื่องเรียบง่ายและธรรมดาที่สุด เพราะภาพลักษณ์ของศาสนา หรือของธรรมะ ที่เรารู้จักนั้น ดูอย่างไรก็ไม่ธรรมดาเลย เริ่มตั้งแต่ภาษาที่ใช้ เต็มไปด้วยภาษาบาลี มีศัพท์ที่มีความหมายเฉพาะมากมาย แค่ทำความเข้าใจศัพท์ก็ยากนักหนาแล้ว พอรู้ศัพท์แล้วลงมือศึกษาตำราจริงๆ ก็พบความยากอีก คือธรรมะที่พระพุทธเจ้าทรงสอนไว้มีมากเหลือเกิน และตำราที่พระรุ่นหลังลงมาท่านเขียนไว้ ก็มีอีกมากมาย บางท่านพอใจที่จะลงมือปฏิบัติ ก็มีปัญหาอีกว่า สำนักปฏิบัติมีมากมาย ทุกสำนักบอกว่าแนวทางของตน ... คลิกเพื่ออ่านต่อ

“ยากมาก ที่คนๆ หนึ่งจะสามารถเข้าสู่ทางสายกลางนี้ได้ ถ้าไม่ได้เคยได้ยินได้ฟังธรรมของพระพุทธเจ้า จะไม่รู้ว่าตรงนี้เป็นของสำคัญ

ปฐมเทศนา คือธัมมจักกัปปวัตตนสูตร พระพุทธเจ้าเริ่มต้นจากบอกว่า มีสิ่งสองสิ่ง ที่บรรพชิตหรือผู้ปฏิบัติไม่ควรเอา สองสิ่งนั้น อันหนึ่งก็คือ กามสุขัลลิกานุโยค การปล่อยตัวปล่อยใจตามกิเลส ก็คือหลงไปนั่นเอง ไปดูรูป แล้วก็หลงกับรูป ไปฟังเสียงก็หลงกับเสียง ไปดมกลิ่นไปลิ้มรส ไปรู้สัมผัสทางกายก็หลงออกไปข้างนอกหมด ไปรู้อารมณ์ทางใจก็หลงทางใจ หลงคิดหลงนึกหลงปรุงหลงแต่งไป อันนี้เป็นเรียกว่าตามกิเลสไป เรียกว่า กามสุขัลลิกานุโยค ผู้ปฏิบัติไม่ควรทำ

อันที่สองที่ผู้ปฏิบัติไม่ควรทำ ชื่อ อัตตกิลมถานุโยค การทำกายทำใจให้ลำบาก ผิดธรรมดา กายกับใจนั้นลำบากอยู่แล้ว ทุกข์อยู่แล้วโดยธรรมชาติธรรมดา เราต้องการเห็นตรงนี้ แต่ว่าพอเราลงมือปฏิบัติ เราไปแกล้งทำให้มันเครียดมากกว่าเก่า ร่างกายก็แข็งๆ ทือๆ จิตใจก็ถูกกดเอาไว้นิ่งๆ ไม่สบาย เป็นการทรมานตัวเอง บังคับกายบังคับใจมากไป

สองสิ่งนี้แหละที่ไม่ควรทำ อันหนึ่งคือเผลอไป อันหนึ่งคือเพ่งเอาไว้ ถ้าไม่เผลอ ถ้าไม่เพ่ง ใจเราจะเป็นผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน เราต้องมาพัฒนาใจ ให้รู้สึกตัวขึ้นมาให้ได้”

พระธรรมเทศนาหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม วันที่ ๑๓ พฤษภาคม ๒๕๖๐ (600513B)

เจริญแล้วเสื่อม

เจริญแล้วเสื่อม

ภาวนารู้สึกวันนี้ดีวันนี้ไม่ดี อย่างนี้ใช้ไม่ได้ เพราะว่าปัญญา คือความเข้าใจไม่เกิด ถ้าปัญญาเกิดจะเห็นเลย จิตเจริญเราเสื่อม เป็นเรื่องธรรมดา สิ่งใดเกิดสิ่งนั้นก็ดับ เป็นเรื่องธรรมดา จิตเข้าสู่ความเป็นกลางจะพ้นจากความเจริญและความเสื่อม หมายถึงว่าความเจริญเ ...
อ่านต่อ
สักว่ารู้ว่าเห็น

สักว่ารู้ว่าเห็น

เจริญแล้วเสื่อมไม่ใช่ปัญหา เป็นสภาวะ สิ่งใดเกิดสิ่งนั้นก็ดับ ดีเกิดได้ดีก็ดับ ชั่วเกิดได้ ชั่วก็ดับเหมือนกัน เพราะฉะนั้นดีกับชั่วไม่ใช่สาระสำคัญ เป็นแค่สภาวะที่เราไปรู้ไปเห็นเข้า จุดที่สำคัญก็คือ จิตยินดีไหมยินร้ายไหม ต่อสภาวะแต่ละอันนั้น รู้ทันไปเรื่อยๆ ...
อ่านต่อ
เห็นทุกข์ก็จะเห็นธรรม

เห็นทุกข์ก็จะเห็นธรรม

เรื่องธรรมดานะ ท่านอายุมากแล้ว มีชีวิตอยู่ อายุเยอะๆ ไม่สบายนะ ร่างกายช่วยตัวเองไม่ได้ มีแต่เรื่องเจ็บตัวตลอด ไม่ใช่ชีวิตเป็นของวิเศษวิโสหรอก ในส่วนตัวท่าน ท่านสบายของท่านอยู่แล้ว เพราะความดีท่านทำมาเยอะแล้ว ที่ว้าวุ่นใจคือพวกเราเอง เราไม่มั่นใจในความดีขอ ...
อ่านต่อ

ติดต่อขอรับสื่อธรรมในรูปแบบซีดีและหนังสือได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย

หนังสือและซีดีพระธรรมเทศนาของหลวงพ่อปราโมทย์ แจกจ่ายให้กับผู้สนใจโดยไม่มีค่าใช้จ่าย โดยผู้สนใจสามารถรับสื่อธรรมได้ที่วัดสวนสันติธรรม ในวันที่มีการแสดงธรรม หรือจุดแจกสื่อธรรมต่างๆ ทั่วประเทศ หรือหากไม่สะดวกไปรับตามจุดแจกต่างๆ สามารถขอรับทางไปรษณีย์ได้จากมูลนิธิสื่อธรรมหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช

mp3 พระธรรมเทศนาล่าสุด

แผ่นที่ ๗๑ *ซีดียังไม่ออก

แผ่นที่ ๗๑ *ซีดียังไม่ออก

พวกเราต้องรีบขวนขวายเรียนนะ เราฟังธรรมกันมากแล้ว แต่ทำไมบางคนมันภาวนาไม่ได้สักที ก็ต้องไปดูตัวเอง บางคนมีปัญหาค้างคาใจ แ ...
เพิ่มเติม
แผ่นที่ ๗๐

แผ่นที่ ๗๐

หัดรู้สึกบ่อยๆ แล้วเราจะรู้ความจริงของมัน ความจริงก็คือ ตัวเราไม่มี การค้นพบว่าตัวเราไม่มี เป็นประโยชน์มาก บางคนตกใจ อุต ...
เพิ่มเติม
แผ่นที่ ๖๙

แผ่นที่ ๖๙

"อะไรที่เป็นหน้าที่ต้องทำนะ ไม่เช่นนั้นเราจะตำหนิตัวเองทีหลัง การที่เราทำหน้าที่ มันจะมีความอิ่มอกอิ่มใจขึ้นมา มันจะได้ส ...
เพิ่มเติม
นอกสถานที่ ๑๘

นอกสถานที่ ๑๘

เมื่อไรรู้ทุกข์แจ่มแจ้ง สมุทัยคือตัณหาจะไม่เกิดอีก ถูกละอัตโนมัติ นิพพานจะปรากฏขึ้นต่อหน้าต่อตา อริยมรรคจะเกิดขึ้นในขณะน ...
เพิ่มเติม
นอกสถานที่ ๑๗

นอกสถานที่ ๑๗

"นักปฏิบัติกับคนหลงโลกนั้นไม่เหมือนกัน คนหลงโลกก็จะคอยดู เมื่อไรมีวันหยุด หาทางหยุดงาน จะได้ไปเที่ยว เที่ยวโน่นเที่ยวนี่ ...
เพิ่มเติม
นอกสถานที่ ๑๖

นอกสถานที่ ๑๖

การที่เราจะเจริญปัญญา มีสติ รู้กาย รู้ใจตามความเป็นจริง รู้บ่อยๆ รู้เนืองๆ รู้ด้วยใจที่ตั้งมั่น ใจเป็นกลาง ไม่เข้าไปแทรก ...
เพิ่มเติม
  • 600708A สวนสันติธรรม ๗๑ 8 ก.ค. 60 A
    "เราคอยดูตัวเองนะ สังเกตไป มีตัณหา มีมานะ มีทิฐิไหม สิ่งเหล่านี้ ทำให้เนิ่นช้า ถ้ามี เลิกละซะ อย่าไปยอมมัน อย่าไปยอมให้สิ่งเหล่านี้ครอบงำจิตเรา มาตั้งสติ ตั้งสมาธิ มีใจเป็นคนดู เห็นกายทำงาน เห็นใจทำงานไปเรื่อยๆ เห็นเอา เพราะอะไร วิปัสสนา แปลว่า เห็นแจ้ง ปัสสนะ แปลว่า การเห็น วิ แปลว่า แจ้ง เห็นแจ้ง คือ เห็นไตรลักษณ์นั่นเอง เห็นไตรลักษณ์ของกาย เห็นไตรลัก […]
  • 600702B สวนสันติธรรม ๗๑ 2 ก.ค. 60 B
    "ดูจิตใจจะเห็นความไม่เที่ยงง่าย เพราะจิตใจเปลี่ยนอย่างรวดเร็ว ร่างกายเปลี่ยนช้ากว่าจิต เพราะฉะนั้นจะไปดูอนิจจังที่กาย ใช้เวลานาน แต่ดูอนิจจังที่จิต เปลี่ยนตลอดเวลา อย่างประเดี๋ยวก็หัวเราะ เดี๋ยวก็เฉยๆ สังเกตไหม จิตมันเปลี่ยนตลอดเวลา มีตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ กระทบอารมณ์ทีไร จิตเปลี่ยนทุกที ค่อยๆ ดูไป มีเรื่องกระทบอารมณ์ตลอดเวลา จิตก็เปลี่ยนตลอดเวลา" […]
  • 600702A สวนสันติธรรม ๗๑ 2 ก.ค. 60 A
    “ยังไม่มีสติ ฝึกให้มีสติ ยังไม่มีความตั้งมั่น ฝึกให้มีความตั้งมั่น มีความตั้งมั่นแล้ว แยกขันธ์ ยังไม่เคยแยก ก็หัดแยก แยกขันธ์แล้ว ดูขันธ์แสดงไตรลักษณ์ มันไม่ยอมแสดง หาทางดูให้มันแสดง มันมี trick ในการทำ ทำได้ อย่างจิตไม่มีสติ ทำยังไงให้มีสติ หัดรู้สภาวะบ่อยๆ สภาวะที่เกิดทั้งวัน อะไรก็ได้ สักคู่เดียว เช่นจิตสุข จิตทุกข์ ดูไปเรื่อยๆ หายใจออก หายใจเข้า ดูไปเรื่ […]
  • 600701B สวนสันติธรรม ๗๑ 1 ก.ค. 60 B
    "ในโลกนี้นะ สิ่งที่เรานึกไม่ถึงเยอะแยะ วางใจเป็นกลางๆ ไว้ ใช้ความสังเกตให้มากๆ พระพุทธเจ้าท่านก็สอน คนจะมีศีลหรือเปล่าเราสังเกต ดูกันนานๆ สังเกตกันนานๆ หรือพระ ทำอะไรสมควร ไม่สมควร ดูนานๆ ค่อยๆ ดู อย่าเพิ่งเชื่อ เชื่อง่ายเกินไป อันตรายมากเลย ศาสนาเราพินาศมา ย่ำแย่มา ก็เพราะ เราเชื่อคนมาดดี ดูดี" -- พระธรรมเทศนา หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธ […]
  • 600701A สวนสันติธรรม ๗๑ 1 ก.ค. 60 A
    "ตัวที่เป็นตัวเชื่อมทำให้เรามีความทุกข์ขึ้นมา คือ ตัวอยาก อย่างเวลาเราแก่ เราอยากไม่แก่ จะทุกข์ ถ้าเราอยากแก่ รู้สึกน่านับถือดี แก่แล้วดีใจ หรือเราไม่สบายเจ็บไข้ได้ป่วยไม่สบาย เราอยากแข็งแรงตลอดกาล เป็นไปไม่ได้ ความทุกข์ก็เข้ามาที่ใจ พอเราอยากขึ้นมา ความทุกข์ก็จะเข้ามาที่ใจ นี่คือศาสตร์ของพระพุทธเจ้า ท่านสอนให้เราดู ให้เรารู้ทัน ความอยากเกิดขึ้นเมื่อไร […]

วิดีโอพระธรรมเทศนา

“หลักของการปฏิบัติที่จะให้เกิดสติปัญญาแท้ๆ เกิดมรรคเกิดผลได้ มีไม่มากหรอก จำหลักสั้นๆ ไว้นิดเดียว
ให้เรามีสติ รู้กาย รู้ใจ ตามความเป็นจริง ด้วยจิตที่ตั้งมั่นและเป็นกลาง

หลวงพ่อไปรวบรวมหลักของการทำวิปัสสนากรรมฐานนะ ย่อลงมาเหลือเท่านี้เอง ถ้าพูดให้ถูกๆ ก็มีสติรู้รูป รู้นาม ตามความเป็นจริง ด้วยจิตที่ตั้งมั่นและเป็นกลาง รูปธรรมนามธรรมนั่นเอง เรียนรู้รูปธรรมนามธรรมที่ประกอบกันเป็นตัวเรา ไม่ต้องไปดูกายคนอื่นนะ ดูอยู่ในรูปของตัวเอง ดูอยู่ในความรู้สึกนึกคิดของตัวเอง ไม่ต้องไปดูที่อื่นหรอก”

ส่วนหนึ่งของพระธรรมเทศนา หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช วันที่ ๑๐ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๓
จากซีดีแสดงธรรม ณ วัดสวนสันติธรรม แผ่นที่ ๓๗ ไฟล์ 531010A

ธรรมบรรยายและฆราวาสธรรมโดยผู้ช่วยสอนของหลวงพ่อ

“ธรรมะของพระพุทธเจ้างดงามในเบื้องต้น งดงามในท่ามกลาง งดงามในที่สุด ไพเราะจับอกจับใจ ยิ่งเราศึกษาปฏิบัติจะพบว่า ความทุกข์กระเด็นหายไปจากใจเราอย่างอัศจรรย์ที่สุดเลยท่านสอนให้เราช่วยตัวเอง ไม่ต้องร้องขอให้ใครมาช่วย ไม่ได้สอนให้พึ่งพาผู้อื่นสิ่งอื่น ท่านให้เรามีสรณะคือพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ เป็นที่พึ่ง แต่ที่พึ่งไม่ใช่แปลว่าท่านจะมาช่วย เราให้พ้นทุกข์ แต่ท่านเป็นแบบอย่างของผู้พ้นทุกข์
ท่านสอนทางพ้นทุกข์ที่ท่านเดินมาแล้ว ท่านทําได้แค่นั้นเอง ที่เหลือเราต้องทํา ต้องปฏิบัติเอาเอง
ทางที่ท่านสอนนั้นชัดเจน ไม่มีอะไรที่คลุมเครือ ไม่มีอะไรที่ จะต้องสงสัยเลย ขอให้ลงมือทําให้ถูกเท่านั้นเอง ซึ่งมีสองอย่าง อย่างแรกทําให้ถูกทาง อย่างที่สองทําให้สมควรกับธรรม ไม่ใช่ทํา นิดๆ หน่อยๆ หลายคนใจร้อน สะสมกิเลสมานับเวลาไม่ถ้วน พอมาภาวนา ๓ เดือน อยากบรรลุธรรมแล้ว
ธรรมะนั้นต้องปฏิบัติให้ถูกทาง เมื่อถูกแล้วก็ต้องขยัน ทำบ้างเล่นบ้างมันก็ได้แต่ธรรมะถูๆ ไถๆ ไปวันหนึ่งๆ ถ้าอยากฝึกจนจิตใจเราเข้าถึงฝั่ง พ้นทุกข์ แล้วไม่ต้องตะเกียกตะกายต่อไป จะต้องสู้ตาย มันไม่เหลือวิสัยที่คนธรรมดาๆ อย่างพวกเราจะทําได้ มันเหลือวิสัยเฉพาะคนที่ไม่รู้ทาง ดิ้นรนแทบตายเหนื่อยแทบตายก็ ได้แค่นั้นแหละ”

หนังสืออริยสัจเพื่อความพ้นทุกข์  เรื่อง “มรรค คือ ทางสายเดียวเพื่อความพ้นทุกข์”
จากพระธรรมเทศนาหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช แผ่นที่ ๔๓ วันที่ ๗ มกราคม ๒๕๕๕ (550107)

X